โรคเก๊าท์

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
โรคเก๊าท์ by Mind Map: โรคเก๊าท์

1. อาการ

1.1. ปวดอย่างรุนแรงตามข้อต่อ

1.2. ข้อต่อเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดง บวม แสบร้อน

1.3. เคลื่อนไหวร่างการได้ไม่สะดวกจากภาวะข้อติด

1.4. ผิวหนังบริเวณข้อต่อเกิดการลอกหรือคัน

2. สาเหตุ

2.1. เป็นผลมาจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) ทำให้เกิดการตกผลึกตามข้อต่าง ๆ จนเกิดอาการปวดบวมตามข้ออย่างรุนแรงและอาการอื่น ๆ ของโรคตามมา

2.2. กรดยูริกเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งในเลือดที่ได้มาจากการย่อยสลายสารพิวรีน (Purines) ในเนื้อเยื่อทั่วร่างกายและอาหารที่รับประทานเข้าไป

3. การวินิจฉัยโรคเก๊าท์

3.1. การเจาะข้อ แพทย์จะนำเข็มเจาะบริเวณข้อที่มีอาการ เพื่อดูดเอาน้ำในข้อออกมาตรวจดูการสะสมของผลึกยูเรต (Urate Crystals)

3.2. การตรวจเลือด แพทย์อาจจะให้มีการเจาะเลือด เพื่อตรวจวัดระดับของกรดยูริกและสารครีเอตินินว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่

3.3. การเอกซเรย์ การถ่ายเอกซเรย์บริเวณข้อที่มีอาการ เพื่อตรวจดูว่าเกิดการอักเสบตามข้อหรือไม่

3.4. การอัลตราซาวด์ จะช่วยตรวจพบการสะสมของผลึกยูเรตตามข้อจนเป็นปุ่มนูนหรือก้อนที่เรียกว่า โทฟี่ (Tophi)

3.5. การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูกรดยูริกที่ปะปนในน้ำปัสสาวะ

4. การรักษา

4.1. รักษาโดยการใช้ยาเป็นหลัก ควบคู่กับการปฏิบัติตนเพื่อเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของโรค

4.1.1. ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal Anti-inflammatory Drugs: NSAIDs)

4.1.2. ยาโคลชิซิน (Colchicine)

4.1.3. ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)

4.2. สำหรับในบางกรณีอาจจะใช้วิธีผ่าตัดแทนการใช้ยา หากอาการของโรคนั้นรุนแรง

4.3. ผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการปวดในเบื้องต้นได้ด้วยการหยุดเคลื่อนไหวบริเวณที่มีอาการปวดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังมีอาการ โดยพยายามยกบริเวณข้อต่อที่ปวดให้อยู่สูง หากมีอาการบวมแดงอาจบรรเทาด้วยการประคบน้ำแข็ง แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแอสไพริน

5. การปฏิบัติตนเมื่อเป็นโรคเก๊าท์

5.1. หลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ให้อยู่ในปริมาณที่พอดี

5.2. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีความหวานมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโตส

5.3. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ

5.4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล สัตว์ปีก

5.5. ผู้ที่มีภาวะอ้วนควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ไม่ควรอดอาหารหรือลดน้ำหนักรวดเร็วจนเกินไป

6. ภาวะแทรกซ้อนของโรคเก๊าท์

6.1. หากไม่รักษาป่วยบางรายอาจมีอาการของโรคบ่อยมากขึ้น ไปจนถึงการเกิดก้อนโทฟี่หรือปุ่มนูนใต้ผิวหนังในหลายส่วนของร่างกาย

6.2. ปวดตามข้อ ข้อต่อบิดเบี้ยวจนผิดรูปไปจากเดิม

6.3. มีโอกาสเกิดนิ่วในไตจากการสะสมของผลึกยูเรตในระบบทางเดินปัสสาวะ

6.4. อาจนำไปสู่การทำงานของไตที่ปกติหรือเกิดภาวะไตวาย