การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาในระบบปัสสาวะ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาในระบบปัสสาวะ by Mind Map: การพยาบาลผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาในระบบปัสสาวะ

1. Nephrotic syndrome

1.1. กลุ่มอาการโรคไต

1.1.1. โปรตีนในปัสสาวะ

1.1.2. โปรตีนในเลือดต่ำ โดยเฉพาะอัลบูมิน

1.1.3. บวมทั่วตัวชนิดกดบุ๋ม

1.1.4. ไขมันในเลือดสูง

1.2. สาเหตุ

1.2.1. โรคติดเชื้อ

1.2.2. สารพิษ

1.2.3. ภูมิแพ้

1.2.4. โรคของระะบบหายใจและหลอดเลือด

1.3. พยาธิสภาพ

1.3.1. มีความผิดปกติที่ Glomerular basement membrane

1.3.1.1. โดยมีการเพิ่ม permeability

1.3.1.1.1. ทำให้มีโปรตีนที่มีโมเลกุลเล็กไหลรั่วผ่านออกมามากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นอัลบูมิน อิมมูโนโกลบูลิน

1.4. อาการทางคลินิก

1.4.1. เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

1.4.2. ปัสสาวะน้อยลงและสีเข้ม

1.4.3. อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

1.4.3.1. บวมรอบหนังตาและหน้าในเวลาตื่นนอน

1.4.4. แน่นท้อง หายใจลำบาก

1.5. หลักการวินิจฉัยโรค

1.5.1. จากประวัติ อาการและการตรวจร่างกาย

1.5.2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

1.5.2.1. ตรวจปัสสาวะ

1.5.2.2. ตรวจเลือด

1.5.2.3. ตรวจอื่นๆ เช่น ตรวจชิ้นเนื้อของไต

1.6. ภาวะแทรกซ้อน

1.6.1. การติดเชื้อ

1.6.2. ปริมาณเลือดไหลเวียนน้อยลง

1.6.3. การอุดตันของหลอดเลือด

1.7. หลักการรักษา

1.7.1. ให้ยาประเภทสเตียรอยด์ เพื่อลด Permeability

1.7.2. ลดอาการบวมหรือควบคุม

1.7.2.1. Acute post-streptococoal glomerulonephritis

1.7.3. เพิ่มโพแทสเซียม เพิ่มวิตามิน

1.8. หลักการพยาบาล

1.8.1. ป้องกันหรือควบคุมการติดเชื้อ

1.8.2. ป้องกันการแตกของผิวหนัง

1.8.3. ป้องกันหรือควบคุมอาการบวม

1.8.4. ป้องกัน Hypovolemia และ Hypokalemia

1.8.5. เสริมสร้างภาวะโภชนาการและส่งเสริมการเจริญเติบโต และมีพัฒนาการของร่างกาย

1.8.6. ประคับประคองด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัว

1.9. ปัญหาหรือข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

1.9.1. มีภาวะขาดสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีน

1.9.2. เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

1.9.3. มีภาวะไม่สมดุลของน้ำและอิเล็กโตรลัยท์ในร่างกาย

2. Acute glomerulonephritis

2.1. สาเหตุ เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้ออื่นๆของร่างกาย

2.1.1. Pharyngitis จาก Streptococcus gr.A.

2.1.2. การติดเชื้อจากผิวหนัง

2.2. พยาธิสรีรภาพ

2.2.1. เมื่อมีการติดเชื้อในร่างกาย มีแอนติเจนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้น

2.2.1.1. Antigen-antibody complex ทำให้หลอดเลือดฝอยใน Glomerular ถูกทำลายโดยสารสำคัญ 2 ชนิด Lysozyme และ Amaphalatoxin

2.2.1.1.1. เกิดการคั่งของน้ำและของเสีย

2.3. อาการทางคลินิก

2.3.1. ติดเชื้อ 7-14 วัน เด็กมีอาการบวมหน้า ขอบตา ชนิดกดไม่บุ๋ม

2.3.2. ปัสสาวะน้อยมีสีเข้ม

2.3.3. มีอาการซีด กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย

2.3.4. ความดันสูงเล็กน้อยถึงสูงมาก

2.4. หลักการวินิจฉัยโรค

2.4.1. จากประวัติ อาการและการตรวจร่างกาย

2.4.2. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2.4.2.1. ตรวจปัสสาวะ

2.4.2.2. ตรวจเลือด

2.4.2.3. ตรวจอื่นๆ

2.4.2.3.1. การเพาะเชื้อ

2.4.2.3.2. EKG

2.4.2.3.3. ตรวจทางเอกซเรย์

2.5. ภาวะแทรกซ้อน

2.5.1. Hypertensive encephalopathy

2.5.2. Acute cardiac decompensation

2.6. หลักการรักษา

2.6.1. เพื่อลดความดันโลหิตและอาการบวม

2.6.1.1. ให้นอนพักและให้ยาลดความดัน

2.6.1.2. ให้ยาขับปัสสาวะ Lasix

2.6.1.3. ควบคุมอาหารและน้ำโดยมีโซเดียมและโพแทสเซียมต่ำ

2.6.2. เพื่อควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ

2.6.3. ควบคุมหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน

2.7. หลักการพยาบาล

2.7.1. ป้องกันหรือควบคุมการติดเชื้อ

2.7.2. ป้องกันหรือควบคุมอาการบวม

2.7.3. ป้องกันภาวะ Hyperkalemia

2.7.4. เสริมสร้างความแข็งแรงและส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย

2.7.5. อำนวยความสุขสบายของร่างกาย

2.7.6. ประคับประคองด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัว

3. Urinary tract infection

3.1. สาเหตุ

3.1.1. ติดเชื้อแบคทีเรีย

3.1.1.1. Escherichia Coli

3.1.1.2. Klebsiella

3.1.1.3. Proteus

3.1.2. ภูมิต้านทานลดลง

3.2. อาการทางคลินิก

3.2.1. ต่ำกว่า 2 ปี

3.2.1.1. มีไข้

3.2.1.2. ตัวเหลือง

3.2.1.3. อาเจียน

3.2.1.4. เบื่ออาหาร

3.2.1.5. ท้องเดิน

3.2.1.6. เลี้ยงไม่โต

3.2.2. 2-14 ปี

3.2.2.1. มีไข้

3.2.2.2. ปัสสาวะบ่อย

3.2.2.2.1. ปวดแสบ

3.2.2.2.2. มีกลิ่น

3.2.2.2.3. เป็นเลือด

3.2.2.3. ปวดท้องน้อย กดเจ็บ

3.3. ภาวะแทรกซ้อน

3.3.1. ไตเสื่อมหน้าที่

3.3.1.1. เกิดภาวะ Renal tubular acidosis

3.3.1.2. ไตวาย

3.3.2. ความดันโลหิตสูง

3.3.3. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

3.4. หลักการรักษา

3.4.1. ลดการติดเชื้อ

3.4.1.1. ให้ยาปฏิชีวนะ

3.4.2. ป้องกันเนื้อไตถูกทำลาย และป้องกันไตวาย

3.4.3. ให้น้ำปริมาณมาก

3.4.3.1. ดื่ม

3.4.3.2. หลอดเลือดดำ

3.4.4. บรรเทาอาการปวดแสบขณะถ่ายปัสสาวะ

3.4.5. ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

4. Pyelonephitis

4.1. อาการทางคลินิก

4.1.1. มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส

4.1.2. รู้สึกหนาวสั่น

4.1.3. เจ็บปวดบริเวณหลัง

4.1.4. คลื่นไส้ อาเจียน

4.1.5. ปัสสาวะ

4.1.5.1. ปัสสาวะบ่อย

4.1.5.2. ปวด เจ็บ แสบ ขณะปัสสาวะ

4.1.5.3. มีกลิ่นเหม็น

4.1.5.4. มีหนองหรือเลือดปน

4.2. หลักการพยาบาล

4.2.1. ดื่มน้ำมากๆ

4.2.2. ไม่กลั้นปัสสาวะ

4.2.3. เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ

5. End-stage Kidneys

5.1. สาเหตุ

5.1.1. ความผิดปกติทางโครงสร้างแต่กำเนิด

5.1.1.1. ไต

5.1.1.1.1. ภาวะไตเล็ก

5.1.1.1.2. เนื้อไตผิดปกติ

5.1.1.2. ระบบทางเดินปัสสาวะ

5.1.1.2.1. ภาวะอุดกั้นในทางเดินปัสสาวะ

5.1.1.2.2. โรคทางพันธุกรรม

5.2. อาการไตวายระยะสุดท้าย

5.2.1. ตัวซีด

5.2.2. เบื่ออาหาร

5.2.3. อ่อนเพลีย

5.2.4. คลื่นไส้ อาเจียน

5.2.5. ผิวหนังแห้ง

5.2.5.1. คันตามตัว

5.2.6. ตามัว

5.2.7. หอบเหนื่อย

5.2.8. บวม

5.2.9. ซึมลง

5.2.9.1. ชัก

5.2.9.1.1. หมดสติ

5.3. การรักษา

5.3.1. Peritoneal dialysis

5.3.2. Hemodialysis

5.3.3. Kidney transplantation

6. Phimosis in children

6.1. อาการผิดปกติต่างๆ

6.1.1. มีอาการปัสสาวะลำบาก

6.1.2. หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศโป่งขณะเบ่ง

6.1.3. มีก้อนนูนใต้หนังหุ้มปลายปัสสาวะ

6.1.4. รูดหนังหุ้มปลายแล้วดันกลับไม่ได้

6.1.5. ลำปัสสาวะมีขนาดเล็ก ถ่ายปัสสาวะเป็นหยด ไม่พุ่ง

6.2. การรักษาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด

6.2.1. ประคับประคอง

6.2.1.1. ใช้ครีมสเตียรอยด์ทาบริเวณหนังหุ้มปลาย แล้วใช้มือรูดหนังหุ้มปลายลงแล้วรูดกลับ

6.2.2. การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ

6.2.2.1. ข้อห้ามในการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ

6.2.2.1.1. เด็กที่มีความผิดปกติของอวัยะเพศ

6.2.2.1.2. ทารกแรกเกิด อายุน้อยกว่า 24 ชั่วโมง

6.2.2.2. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

6.2.2.2.1. หยุดโรงเรียน 3-7 วัน

6.2.2.2.2. ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร

6.2.2.2.3. งดยาต้านการอักเสบ

6.2.2.2.4. เลือกกางเกงในสีเข้ม

6.2.2.3. การดูแลหลังผ่าตัด

6.2.2.3.1. ทำแผลทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง

6.2.2.3.2. ไม่ต้องตัดไหม ใช้ไหมละลาย

6.2.2.3.3. ทานยาแก้ปวดได้ทุก 4 ชั่วโมง

6.2.2.3.4. ปัสสาวะอย่าให้ถูกก็อสพันแผล

6.2.2.3.5. ใช้แผ่นประคบเย็นประคบบริเวณแผลในวันแรกหลังผ่าตัด