ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ by Mind Map: ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ

1. Nephrotic Syndome

1.1. กลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ

1.1.1. เป็นกลุ่มอาการโรคไตที่ทำให้ร่างกายขับโปรตีนออกทางปัสสาวะมาก

1.1.2. ผู้ป่วยจะมีอาการบวมน้ำ โดยเฉพาะบริเวณเท้า ข้อเท้า

1.1.3. มีโปรตีนในเลือดต่ำ ไขมันในเลือดสูง และมีอาการบวมเกิดขึ้น

1.2. สาเหตุของ Nephrotic Syndome

1.2.1. กรวยไตเป็นแผล ซึ่งอาจมีสาเหตุจากโรคบางชนิด ความบกพร่องทางพันธุกรรม หรืออาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ

1.2.2. เยื่อบุผิวภายในกรวยไตหนาตัวขึ้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากบางโรค เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคมาลาเรีย และโรคมะเร็ง เป็นต้น

1.2.3. กลุ่มอาการอะมีลอยโดซิส (Amyloidosis) เกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมของสารโปรตีนอะมีลอยด์ในไต (Amyloid) จนส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ

1.3. พยาธิสภาพ

1.3.1. Glomerular basement membrane

1.3.2. มีการเพิ่ม Permeability โปรตีนเล็กลง ส่วนใหญ่เป็นอัลบูมินและอิมมูโนโกลบิน

1.4. อาการของ Nephrotic Syndome

1.4.1. เด็กจะมีน้ำตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

1.4.2. มีอาการบวมบริเวณรอบดวงตา ท้อง แขน ขา ข้อเท้า และเท้า

1.4.3. ปัสสาวะเป็นฟอง ปวดปัสสาวะน้อยมาก

1.4.4. อ่อนเพลีย เบ่ื่ออาหาร ท้องเสีย

1.5. การวินิจฉัย Nephrotic Syndome

1.5.1. ตรวจประวัติการเจ็บป่วย ตรวจร่างกาย

1.5.2. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

1.5.2.1. ตรวจปัสสาวะโดยเก็บตัวอย่างปัสสาวะใน 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจปริมาณของโปรตีนที่ปนอยู่ในน้ำปัสสาวะ

1.5.2.2. ตรวจเลือดเพื่อหาระดับโปรตีนในเลือดด้วย นอกจากนี้ แพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อไปส่งตรวจ เป็นต้น

1.6. หลักการรักษา

1.6.1. ยาขับปัสสาวะ เช่น ฟูโรซีไมด์ สไปโรโนแลคโตน และไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ เป็นต้น เพื่อลดอาการบวมโดยช่วยกระตุ้นให้ไตระบายของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกาย

1.6.2. ยากดภูมิคุ้มกัน อย่างยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งอาจช่วยลดการอักเสบของโรคบางชนิดได้ เช่น โรคพุ่มพวง และกลุ่มอาการอะมีลอยโดซิส เป็นต้น

1.6.3. ยาลดคอเลสเตอรอล กลุ่มยาสแตติน เช่น อะทอร์วาสแตติน ฟลูวาสแตติน และโลวาสแตติน เป็นต้น ซึ่งยากลุ่มนี้จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้

1.6.4. ยาควบคุมความดันโลหิต เช่น บีนาซีพริล แคปโตพริล อีนาลาพริล เป็นต้น เพื่อช่วยลดความดันโลหิตและลดปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ

1.6.5. เจือจางเลือด แพทย์อาจสั่งจ่ายยาต้านการจับตัวของเลือด เช่น เฮพาริน วาฟาริน และดาบิกาทราน เป็นต้น เพื่อไม่ให้เลือดจับตัวกันเป็นลิ่มในหลอดเลือด และลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือด

1.7. ภาวะแทรกซ้อนของ Nephrotic Syndome

1.7.1. ความดันโลหิตสูง

1.7.2. ระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

1.7.3. ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดอุดตัน

1.7.4. ภาวะขาดสารอาหาร

1.7.5. ภาวะไตวายเฉียบพลัน โรคไตเรื้อรัง และอาจเกิดการติดเชื้อ

1.8. การป้องกัน Nephrotic Syndome

1.8.1. ควบคุมความดันโลหิตเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงจนเป็นอันตราย

1.8.2. ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน

1.8.3. รับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามจำนวนและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดไว้

1.8.4. เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ

2. Urinary tract infection

2.1. สาเหตุ Urinary tract infection

2.1.1. Escherichia Coli

2.1.2. ในทารกแรกเกิดเชื้อมักจะเข้าสู่ระบบปัสสาวะทางระบบไหลเวียนเลือด ทำให้เกิดอาการ Sepsis ร่วมด้วยเสมอ

2.2. อาการ Urinary tract infection

2.2.1. เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี อาการแน่นอน เช่น มีไข้ ตัวเหลือง อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเดิน เลี้ยงไม่โต

2.2.2. เด็กอายุ 2-14 ปี พบอาการไข้ ปัสสาวะบ่อยและปวดแสบขณะถ่ายปัสสาวะมีกลิ่น ปวดท้องน้อย

2.3. หลักการวินิจฉัยโรค Urinary tract infection

2.3.1. ซักประวัติ อาการและการตรวจร่างกาย

2.3.2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2.3.2.1. การตรวจปัสสาวะ ตรวจพบเม็ดเลือดขาว

2.3.2.2. การตรวจทางรังสีวิทยา

2.4. ภาวะแทรกซ้อน Urinary tract infection

2.4.1. ไตเสื่อมหน้าที่เกิดภาวะ Renal tubular acidosis และไตวาย

2.4.2. ความดันโลหิตสูง

2.4.3. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

2.5. หลักการรักษา Urinary tract infection

2.5.1. ลดการติดเชื้อโดยการให้ยาปฏิชีวนะ

2.5.2. ป้องกันเนื้อไตถูกทำลายและป้องกันไตวาย

3. Phimosis in children

3.1. เป็นภาวะที่ไม่สามารถรูดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ กลับมาทางด้านหลังของอวัยวะเพศได้

3.2. อาการผิดปกติ Phimosis in children

3.2.1. ปัสสาวะลำบาก ร้องปวดก่อนขับถ่ายปัสสาวะ

3.2.2. หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศโป่ง ขณะเบ่งถ่ายปัสสาวะ

3.2.3. รูดหนังหุ้มปลายแล้วดันกลับไม่ได้

3.2.4. รูดหนังหุ้มปลายแล้วดันกลับไม่ได้

3.3. การรักษาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด

3.3.1. การรักษาโดยวิธีประคับประคอง

3.3.1.1. ใช้ครีมสเตียรอยด์ ที่มีความเข้มข้นไม่มากเกินไป

3.3.2. การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ

3.3.2.1. วัยรุ่นสามารถทำโดยยาชาเฉพาะที่

3.3.2.2. วัยเด็กดมยาสลบเพราะเด็กจะต่อต้าน

3.4. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

3.4.1. หยุดโรงเรียน

3.4.2. งดยาต้านการอักเสบ

3.4.3. ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร

3.5. การดูแลหลังผ่าตัด

3.5.1. ใน 24 ชั่วโมงแรกถ้ามีเลือดออกให้ใช้ผ้าก๊อส

3.5.2. ระวังปัสสาวะ

3.5.2.1. ปกติแผลทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง

3.6. ใช้แผ่นประคบเย็นหรือน้ำแข็ง

4. Acute glomerulonephitis

4.1. สาเหตุ

4.1.1. ที่พบบ่อย Pharyngitis หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง

4.1.2. ในเด็กจะพบบ่อยคือ Acute Post Streptococoal glomerulonephitis

4.2. พยาธิสภาพ

4.2.1. เกิด Immune complex reaction ทำให้เส้นเลือดฝอยถูกทำลาย

4.2.2. การกรองของเสียและการดูดซึมกลับไม่เป็นไปตามปกติ

4.3. อาการ

4.3.1. มีอาการบวมที่หน้าโดยเฉพาะขอบตา ต่อมาบวมที่ขาและท้อง

4.3.2. เด็กจะมีอาการซีดและอ่อนเพลีย กระสับกระส่าย แน่นอึดอัดท้อง ปัสสาวะไม่ค่อยออก

4.4. หลักการวินิจฉัย

4.4.1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย

4.4.2. ห้องปฏิบัติการ

4.4.2.1. ตรวจปัสสาวะ

4.4.2.2. ตรวจเลือด

4.5. ภาวะแทรกซ้อน

4.5.1. Hypertensive encephalopathy

4.5.2. Acute cardiac decompensation

4.6. หลักการรักษา

4.6.1. เพื่อลดความดันโลหิตและลดอาการบวม

4.6.1.1. นอนพักผ่อนให้ยาลดความดัน

4.6.1.2. ให้ยาขับปัสสาวะ Lasix

4.6.1.3. ควบคุมอาหารและน้ำ อาหารที่มีโซเดียมและโพแทสเซียมต่ำ

4.6.2. เพื่อควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ

4.6.3. ควบคุมหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน