Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
IES 3 by Mind Map: IES 3

1. ขอบเขตของมาตรฐาน

1.1. กำหนดผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางวิชาชีพที่ผู้มุ่งมั่น ประกอบวิชาชีพบัญชีจำเป็นต้องแสดงให้เห็นก่อนที่จะสิ้นสุดการพัฒนา ทางวิชาชีพระยะเริ่มแรก ทักษะทางวิชาชีพ

1.1.1. (ก) ทักษะทางปัญญา หมายถึง ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในการแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ และการใช้ดุลยพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

1.1.2. (ข) ทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการสื่อสาร หมายถึง ความสามารถของผู้ประกอบ วิชาชีพบัญชีในการทำงานและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ

1.1.3. (ค) ทักษะการจัดการตนเอง หมายถึง ทัศนคติและความประพฤติส่วนบุคคลของผู้ประกอบ วิชาชีบัญชี และ

1.1.4. (ง) ทักษะการจัดการองค์กร หมายถึง ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในการทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับองค์กรหรือภายในองค์กรเพื่อให้ได้ผลหรือผลลัพธ์ที่เหมาะสม ด้วยบุคลากรและทรัพยากรที่มีอยู่

1.2. ได้นำเสนอต่อสมาชิกสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ (IFAC) สมาชิกสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศมีความรับผิดชอบในการสร้างความเชื่อมั่นว่าการ พัฒนาทางวิชาชีพระยะเริ่มแรกของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นไปตามข้อก าหนดของมาตรฐาน การศึกษาระหว่างประเทศฉบับน

1.3. กำหนดความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ และผลการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับความรู้ความสามารถ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมุ่งเน้นภายในระยะการพัฒนาทางวิชาชีพระยะเริ่มแรก โดยรวมแล้ว มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศทั้ง 3 ฉบับจำเป็นต้องมีก่อนที่จะสิ้นสุดการพัฒนาทางวิชาชีพระยะเริ่มแรก

1.3.1. มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศฉบับที่ 2 การพัฒนาทาง วิชาชีพระยะเริ่มแรก - ความรู้ความสามารถเชิงเทคนิค และ มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศ

1.3.2. ฉบับที่ 4 การพัฒนาทางวิชาชีพระยะเริ่มแรก - ค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทางวิชาชีพ

2. วัตถุประสงค์

2.1. เพื่อกำหนดผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางวิชาชีพที่ผู้มุ่งมั่นประกอบวิชาชีพบัญชีจำเป็นต้องพัฒนา และแสดงให้เห็นก่อนที่จะสิ้นสุดการ พัฒนาทางวิชาชีพระยะเริ่มแรก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้

3. ผลการเรียนรู้ด้านทกัษะทางวิชาชีพ

3.1. ปัญญา (ปานกลาง)

3.1.1. (1) ประเมินข้อมูลจากแหล่งข้อมูลและแง่มุมที่หลากหลาย ผ่านการวิจัย การวิเคราะห์ และการบูรณาการ

3.1.2. (2) ประยุกต์ใช้ดุลยพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งรวมถึงการระบุ และการประเมินทางเลือก เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลบน พื้นฐานของข้อเท็จจริงและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

3.1.3. (3) ระบุได้ว่าเมื่อใดสมควรที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหา และการหาข้อสรุป

3.1.4. (4) ประยุกต์ใช้เหตุผล การวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ และการ คิดเชิงนวัตกรรม ในการแก้ปัญหา

3.1.5. (5) เสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาที่ไม่มีรูปแบบและซับซ้อนในหลาย แง่มุม

3.2. ความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลและการสื่อสาร (ปานกลาง)

3.2.1. (1) ให้ความร่วมมือและทำงานเป็นทีม เมื่อปฏิบัติงานให้บรรลุ เป้าหมายองค์กร

3.2.2. (2) สื่อสารอย่างชัดเจนและกระชับเมื่อนำเสนอ อภิปราย และ รายงาน ในสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทั้งใน รูปแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษรและโดยวาจา

3.2.3. (3) แสดงให้เห็นถึงความตระหนักเกี่ยวกับความแตกต่างทาง วัฒนธรรมและภาษาในการสื่อสารทุกรูปแบบ

3.2.4. (4) ประยุกต์ใช้เทคนิคการฟังเชิงรุกและการสัมภาษณ์ที่มีประสิทธิภาพ

3.2.5. (5) ประยุกต์ใช้ทักษะการต่อรองมาใช้เพื่อหาทางแก้ปัญหาและข้อตกลงร่วมกัน

3.2.6. (6) ประยุกต์ใช้ทักษะการให้คำปรึกษาเพื่อลดหรือแก้ไขข้อขัดแย้ง แก้ไขปัญหา และสร้างโอกาสให้ได้มากที่สุด

3.2.7. (7) นำเสนอความคิดและโน้มน้าวจูงใจผู้อื่นเพื่อให้เกิดการสนับสนุน และมีพันธสัญญาร่วมกัน

3.3. การจัดการตนเอง (ปานกลาง)

3.3.1. (1) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

3.3.2. (2) ประยุกต์ใช้ความสงสัยเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการตั้งคำถาม และประเมินข้อมูลทั้งหมดเชิงวิพากษ์

3.3.3. (3) กำหนดมาตรฐานส่วนบุคคลระดับสูงในการปฏิบัติงานและ ติดตามผลงานของตนเองโดยใช้ข้อมูลป้อนกลับจากผู้อื่นและ การไตร่ตรองด้วยตนเอง

3.3.4. (4) จัดการเวลาและทรัพยากรเพื่อให้บรรลุข้อกำหนดทางวิชาชีพ

3.3.5. (5) คาดการณ์ความท้าทายและวางแผนหาทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้

3.3.6. (6) เปิดใจกว้างรับโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา

3.4. การจัดการองค์กร (ปานกลาง)

3.4.1. (1) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายตามแนวปฏิบัติที่ระบุไว้ภายใน ระยะเวลาที่กำหนด

3.4.2. (2) สอบทานงานของตนเองและของผู้อื่นเพื่อประเมินว่างานนั้น เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพขององค์กรหรือไม่

3.4.3. (3) ประยุกต์ใช้ทักษะการบริหารคนในการสร้างแรงจูงใจและพัฒนาผู้อื่น

3.4.4. (4) ประยุกต์ใช้ทักษะการกระจายงานในการมอบหมายงาน

3.4.5. (5) ประยุกต์ใช้ทักษะความเป็นผู้น าเพื่อโน้มน้าวจูงใจผู้อื่นในการ ปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายองค์กร

3.4.6. (6) นำเครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการตัดสินใจที่ดีขึ้น

4. คำอธิบายระดับความเชี่ยวชาญ

4.1. พื้นฐาน

4.1.1. การนิยาม การอธิบาย การสรุป และการตีความ หลักการและทฤษฎี พื้นฐานของความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สำเร็จภายใต้การควบคุมงานที่เหมาะสม

4.1.2. การตระหนักถึงความสำคัญของค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทาง วิชาชีพในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย

4.1.3. การแก้ไขปัญหาที่ไม่ซับซ้อน และการส่งต่องานหรือปัญหาที่มีความ ซับซ้อนให้ผู้ควบคุมงานหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และ

4.1.4. การให้ข้อมูลและอธิบายความคิดได้อย่างชัดเจน ผ่านการสื่อสารด้วย วาจาและลายลักษณ์อักษร

4.2. ปานกลาง

4.2.1. การประยุกต์ การเปรียบเทียบ และการวิเคราะห์หลักการและทฤษฎี พื้นฐานของความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็น อิสระ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ และเพื่อ การตัดสินใจ

4.2.2. การผสมผสานความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคและทักษะทางวิชาชีพ เพื่อปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ

4.2.3. การประยุกต์ใช้ค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทางวิชาชีพในงานที่ได้รับ มอบหมาย และ

4.2.4. การนำเสนอข้อมูลและการอธิบายความคิดได้อย่างชัดเจนด้วยวาจาและ ลายลักษณ์อักษร ในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียด้านการบัญชี และ ด้านอื่น

4.3. สูง

4.3.1. การเลือกใช้และการบูรณาการหลักการและทฤษฎีจากความรู้ ความสามารถเชิงเทคนิคในด้านต่าง ๆ เพื่อบริหารและดำเนินโครงการ และงานที่ได้รับมอบหมาย และเพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความ ต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย

4.3.2. การบูรณาการความรู้ความสามารถเชิงเทคนิคและทักษะทางวิชาชีพ เพื่อบริหารและดำเนินโครงการและงานที่ได้รับมอบหมาย

4.3.3. การใช้ดุลยพินิจตามแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับค่านิยม จริยธรรม และทัศนคติทางวิชาชีพ

4.3.4. การประเมิน การวิจัย และการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ภายใต้การควบคุม งานอย่างมีขอบเขต

4.3.5. การคาดคะเนสถานการณ์ การขอคำปรึกษาอย่างเหมาะสม และการ พัฒนาแนวทางแก้ไขประเด็นและปัญหาที่ซับซ้อน และ

4.3.6. การนำเสนอและการอธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเชิงโน้มน้าวใจให้กับผู้มี ส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอ