นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา by Mind Map: นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

1. รูปแบบการเผยแพร่นวัตกรรม

1.1. นวัฒกรรมที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ

1.2. แบ่งเป็นกี่ชนิด

1.2.1. Innovator

1.2.1.1. กลุ่มที่อยากใช้หรืออยากลองนวัตกรรม ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ

1.2.2. Early Adopters

1.2.2.1. กลุ่มคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองเมื่อเห็นคนอื่นมองประโยชน์จากนวัฒกรรมหรือเทรนด์ใหม่ๆ

1.2.2.2. กลุ่มคนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง

1.2.2.3. คนที่เปลี่ยนแปลงตนเอง เมื่อเห็นคนอื่นเริ่มใช้

1.2.3. Early Majority

1.2.3.1. กลุ่มที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่อเห็นคนอื่นเริ่มใช้และมองเห็นประโยชน์จากนวัตกรรม

1.2.3.2. คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเอง มัก พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วและไม่เชื่อในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ

1.2.4. Late Majority

1.2.4.1. กลุ่มคนที่จะเปลี่ยนแปลงช้าที่สุด

1.2.5. Laggards

1.2.5.1. กลุ่มคนที่ล้าหลัง มักเป็นกลุ่มผู้มีอายุ

2. New models of learning

2.1. การเรียนแบบครูนำ (Teacher led)

2.1.1. เป็นวิธีการสอนที่ครูมีบทบาทเป็นผู้นำ ผู้เรียนจะเป็นผู้รับฟังอย่างเดียว

2.2. สังคม/ชุมชน นำ (Community led)

2.2.1. เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบ Constructivism ผู้สอนมีบทบาทในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ มีการแบ่งงานในกลุ่มอย่างเป็นระบบ

2.3. ผู้เรียนเป็นผู้นำ/ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner led)

2.3.1. ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้สอนจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

3. นวัตกรรมคืออะไร?

3.1. การพัฒนา

3.2. การประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ

3.3. แนวคิดใหม่

3.4. ดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น

4. รูปแบบการเรียนรู้ (Learning Style)

4.1. ลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่ผู้เรียนแต่ละคนชอบและใช้เป็นประจำ

4.2. แบ่งเป็นกี่ประเภท

4.2.1. ผู้ที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทหู

4.2.1.1. ชอบเรียนรู้จากการได้ฟัง/ได้ยิน เช่น การอธิปราย พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการฟังผ่านสื่อต่างๆ

4.2.1.2. ใช้เครื่องบันทึกเสียงการบรรยายดีกว่าการจดโน๊ตย่อ

4.2.1.3. เขียนคำกล่าวรายงานและหน้าชั้นเรียนบ่อยๆ

4.2.1.4. เวลาอ่าหนังสือให้อ่านออกเสียงเพื่อช่วยในการจำมากยิ่งขึ้น

4.2.2. ผู้ที่เรียนรู้ได้ดีผ่านทางร่างกายและความรู้สึก

4.2.2.1. ชอบเรียนรู้จากการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การสัมผัส

4.2.3. ผู้ที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทตา

4.2.3.1. คือผู้เรียนที่ชอบเรียนรู้จากการได้ดู มองเห็นกริยาท่าทางของผู้สอนหรือสื่ออื่นๆ

4.2.4. ผู้ที่เรียนรู้ได้ดีผ่านทางการอ่านและเขียน Read and write learner

4.2.4.1. คือ ผู้เรียนที่ชอบที่จะเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ โดยผ่านการอ่านและการเขียน

5. ทฤษฎีการเรียนรู้หลักที่สำคัญ

5.1. ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism)

5.1.1. เชื่อว่าผู้เรียนที่จะเรียนได้ดี จาการได้รับ ข้อมูล เนื้อหา สารัตถะ ต่างๆจากผู้สอน

5.2. ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม(Behaviorism)

5.2.1. เกิดจากความเชื่อที่ว่า ผู้เรียนที่จะเรียนรู้ได้ดี จากการได้รับ ข้อมูล เนื้อหา สารัตถะ ต่างๆ จากผู้สอน

5.3. ทฤษฎีคอนเนคติวิสต์

5.3.1. การเรียนรู้เกิดจาก ประสบการณ์ในการลงมือกระทาของผู้เรียน (Learning By Doing) ภายใต้กิจกรรมการเรียนรู้ หรือ สิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่ผู้สอนเป็นผู้ออกแบบไว้ให้ล่วงหน้า โดยที่ผู้สอนเป็นผู้ที่มีความสาคัญในการออกแบบการสอนที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

5.4. ทฤษฏีคอนสตรัคติวิสต์

5.4.1. การเรียนรู้เกิดจากการตัดสินใจของผู้เรียนที่จะเลือกสรร ทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และนาข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ ต่างๆ เหล่านั้น มารวบรวม เปรียบเทียบ วิเคราะห์ สังเคราะห์ คัดกรอง ร้อยเรียงให้เกิดเป็นสารัตถะที่มีความหมายสาหรับตัวผู้เรียนเอง

6. IT for Education x Learning Theory

6.1. IT for Education กับ ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism)

6.1.1. เกิดจากความสนใจในเรื่องของกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในของผู้เรียน

6.2. IT for Education กับ ทฤษฎีคอนเนคติวิสต์ (Connectivism)

6.2.1. เกิดจากความเชื่อที่ว่า ทฤษฎีดั้งเดิมเกิดก่อนที่ยุค

6.2.2. เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ทฤษฎีดั้งเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้ายุคดิจิตอล ไม่สามารถตอบสนองต่อผู้เรียนยุคใหม่ ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางการพัฒนาของเทคโนโลยีต่างๆ ที่อยู่รายล้อมตัวผู้เรียน

6.3. IT for Education กับ ทฤษฏีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism)

6.3.1. เกิดจากความเชื่อว่าผู้เรียนจะเรียนรู้ได้ดี จากการรับข้อมูล เนื้อหาจากผู้สอน

6.3.2. ทฤษฎีนี้เชื่อ ว่าการได้ลงมือปฏิบัติซ้าๆ (Repetition) ในการทำกิจกรรม ทำแบบฝึกหัด จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่คงทน โดยมากวิธีการสอนที่ใช้จะเป็นวิธีการสอนแบบสอนตรง บรรยาย อธิบาย

6.4. IT for Education กับ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism)

6.4.1. การเรียนรู้เกิด จากการลงมือกระทำของผู้เรียน (Learning By Doing) ภายใต้กิจกรรมการเรียนรู้ หรือ สิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ที่ผู้สอนเป็นผู้ออกแบบไว้ให้ล่วงหน้า โดยที่ผู้สอนเป็นผู้ที่มีความส าคัญในการออกแบบการ สอนที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

6.4.2. ทฤษฎีนี้ เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากการลงมือทำของผู้เรียน ภายใต้กิจกรรมการเรียนรู้ หรือสิ่งแวดล้อม

6.4.2.1. เช่น การสอนแบบโครงงานเป็นฐาน การสอนแบบปัญหาเป็นฐาน

7. Next-Generation of Teachers

7.1. C-Content

7.1.1. ความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ที่ตนเองรับผิดชอบในการสอนนั่นเอง Content ถือเป็นลักษณะที่จำเป็นอย่างที่สุด และขาดไม่ได้สำหรับผู้สอน

7.2. C-Computer (ICT) Integration

7.2.1. การที่ผู้สอนควรที่จะมีการฝึกฝนทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ ในการบูรณาการกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน

7.3. Constructionist

7.3.1. การที่ผู้สอนเป็นผู้สร้างความรู้ใหม่ หรือ มีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดในเรื่อง constructionism ซึ่งมุ่งเน้นแนวคิดที่ว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้นั้น เป็นเรื่องภายในของตัวบุคคล จากการที่ได้ลงมือสร้างทำกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์

7.4. Connectivity

7.4.1. การที่ครูผู้สอนมีทักษะในการจัดกิจกรรม ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนกับเพื่อนและผู้สอน ทั้งในชั้นเรียนเดียวกัน สถานศึกษาเดียวกัน และ/ หรือต่างสถานศึกษา หรือเชื่อมโยงกับ สถานศึกษา บ้าน และ / หรือชุมชน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ของผู้เรียน

7.5. Collaboration

7.5.1. การที่ครูผู้สอนมีความสามารถในการเรียนรู้ แบบร่วมมือกันกับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.6. Communication

7.6.1. การที่ครูผู้สอนมีทักษะในการสื่อสาร กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารให้มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึง เฉพาะการพัฒนาให้เกิดทักษะของเทคนิคการสื่อสารที่ดี

7.7. Creativity

7.7.1. การที่ครูผู้สอนจะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ออกแบบสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ ที่เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน ผู้สอนจะได้รับการคาดหวังให้สามารถที่จะรังสรรค์ กิจกรรมใหม่ๆ ต่างๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

7.8. Critical Thinking

7.8.1. การที่ครูผู้สอนจะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดเชิงวิพากษ์สามารถนำไปใช้ได้หรือเกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆ สามารถตั้งคำถามที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ สามารถแยกแยะระหว่างความจริงและความเห็น

7.9. Caring

7.9.1. การที่ครูผู้สอนจะต้องมี ความรัก ความปรารถนาดี และความห่วงใยอย่างจริงใจแก่ผู้เรียน