Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
Diarrhea. by Mind Map: Diarrhea.

1. ชนิด

1.1. อุจจาระร่วงฉียบพลัน(Acute diarrhea)

1.1.1. ถ่ายเป็นน้ำมากกว่า ครั้ง ใน 24 ชม.

1.1.2. ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ 3 ครั้งต่อวันหรือมากกว่า

1.1.3. ถ่ายเป็นมูกปนเลือด1 ครั้ง

1.2. อุจจาระร่วงยืดเยื้อ(Persistant diarrhea)

1.2.1. มีอุจจาระร่วงนานเกิน 2 สัปดาห์

1.3. อุจจาระร่วงเรื้อรัง(Chronic diarrhea)

1.3.1. อุจจาระร่วงเกิน 3 สัปดาห์

1.3.2. ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ

2. สาเหตุ

2.1. ติดเชื้อ

2.1.1. Rota virus

2.1.2. E.coli, shigella,salmonella,vibrio cholera

2.1.3. Giadia lambia,E.historytica

2.1.4. อาการ

2.1.4.1. อาเจียน

2.1.4.2. ปวดท้อง

2.1.4.3. มีไข้

2.1.4.4. ภาวะขาดสารน้ำ

2.2. ไม่ติดเชื้อ

2.2.1. อาหารเป็นพิษ

2.2.2. ได้รับยาบางชนิด ได้รับนานๆ หรือได้รับยาเคมีบำบัด

2.2.3. การดูดซึมบกพร่อง

2.2.4. โรคลำไส้ใหญ่ หรือโรคติดเชื้อในระบบต่างๆ

2.2.5. เป็นโรคในระบบอื่นๆ

3. กลไกการเกิดอุจจาระร่วง

3.1. Osmotic diarrhea

3.1.1. มีการทำลายผนังลำไส้ที่ใช้ในการดูดซึมอาหาร

3.1.2. ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้

3.1.3. สารอาหารที่ไม่ถูกดูซึมดึงน้ำเข้าหาตัว

3.1.4. เกิดอุจจาระร่วง(ถ่ายเหลว)

3.2. Secretory diarrhea

3.2.1. เชื้อโรคยับยั้งการดูดซึมน้ำและโซเดียม & ทำให้หลั่งมากขึ้น

3.2.1.1. มีการหลั่งของเหลวเข้าสู่โพรงลำไส้มากผิดปกติ

3.2.1.1.1. เกิดอุจจาระร่วง

3.2.2. อาการ

3.2.2.1. ลักษณะเฉพาะ

3.2.2.2. ถ่ายเป็นน้ำคราวละมากๆ

3.2.2.3. NPO แล้วไม่ดีขึ้น

3.3. Motility diarrhea

3.3.1. ลำไส้เคลื่อนตัวมากผิดปกติ

3.3.2. อาหารผ่านลำไส้อย่างรวดเร็ว

3.3.3. อาหารสัมผัสเยื่อบุผนังน้อย

3.3.4. สารอาหารดูดน้ำมาก

3.3.5. เกิดอุจจาระร่วง

3.4. Inflamatory diarrhea

3.4.1. ลำไส้อักเสบ,เยื่อบุทางเดินอาหารเสียหายหรือเป็นแผล

3.4.2. การย่อยและการดูดซึมผิดปกติ

3.4.3. ผนังลำไส้มีช่องว่าง ของเหลว ซีรั่มโปรตีน เลือด รั่วเข้าไปในโพรงลำไส้

3.4.4. เกิดการดูดซับน้ำที่โพรงลำไส้

3.4.5. เกิดอุจจาระร่วง

4. พยาธิสรีรวิทยา

4.1. Non-invasive diarrhea

4.1.1. สารพิษของสารเคมี หรือแบคทีเรียซึ่ง colonized เกาะติดลำไส้(ไม่เข้าไปในเซลล์เยื่อบุลำไส้)กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในเซลล์ผิวเยื่อบุลำไส้ ทำให้เกิดการหลั่งน้ำและเกลือแร่เข้าไปในโพรงลำไส้มากขึ้น ทำให้อุจจาระเป็นน้ำและมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่

4.2. Invasive diarrhea

4.2.1. เชื้อเข้าไปในเยื่อบุลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบมีการทำลายเซลล์ การแยกตัวออกของเซลล์ ทำให้เกิดแผลที่เยื่อบุลำไส้

5. ข้อวินิจฉัย

5.1. 1. เกิดภาวะขาดสารน้ำ    เสียสมดุลอีเล็คโทรลัยท์และกรดด่าง

5.1.1. กิจกรรมการพยาบาล

5.1.1.1. 1. ประเมินสภาพผู้ป่วย

5.1.1.2. 2. สังเกตและบันทึกภาวะขาดสารน้ำ

5.1.1.3. 3.สังเกตอาการและอาการแสดง ของภาวะเสียสมดุลอีเล็คโทรลัยท์ เช่น ซึม อ่อนเพลีย ชีพจรเบา ความดันโลหิต ต่ำ ปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นผิดจังหวะ ในรายที่รุนแรง อาจมีสับสน ชัก และหมดสติ

5.1.1.4. 4.บันทึกปริมาณปัสสาวะและอุจจาระที่ขับถ่าย

5.1.1.5. 5.ดูแลให้สารน้ำและอีเล็คโทรลัยท์ตามแผนการรักษา

5.1.1.6. 6. วัดสัญญาณชีพทุก 2 – 4 ชม.

5.1.1.7. 7. บันทึกปริมาณน้ำเข้า – ออกในร่างกาย

5.1.1.8. 8. ให้ ORS ตามสภาพของผู้ป่วย

5.1.1.9. 9. ให้ออกซิเจนตามสภาวะของผู้ป่วย

5.1.1.10. 10. ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ ( electrolyte ) หากผิดปกติ รายงานแพทย์

6. อาการและอาการแสดง

6.1. 1.ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง (> 2 ครั้ง ใน 4 ชม. หรือถ่ายพุ่ง ปริมาณมาก)

6.2. 2.ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่แล้วยังอ่อนเพลีย

6.3. 3.อาเจียนบ่อย หรือท้องอืด

6.4. 4.หอบ

6.5. 5.ไข้สูง/ ชัก หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ซึม

7. การรักษา

7.1. การป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำ

7.2. ป้องกันภาวะทุพโภชนาการโดยการให้อาหารระหว่างมีอาการอุจจาระร่วงและหลังจากหายแล้ว

7.3. การให้ยาปฏิชีวนะและยาต้านอุจจาระร่วง