กาารพัฒนาวิชาชีพครู อดีต-ปัจจุบัน

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
กาารพัฒนาวิชาชีพครู อดีต-ปัจจุบัน by Mind Map: กาารพัฒนาวิชาชีพครู      อดีต-ปัจจุบัน

1. ยุคการศึกษาไทยโบราณ

1.1. สมัยอาณาจักรน่านเจ้า

1.1.1. ตุ๊หลวง คือ เจ้าอาวาส ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่

1.1.2. ตุ๊บาลก๋า คือ พระภิกษุที่มีพรรษาแกกว่า 5 พรรษาขึ้นไป

1.1.3. ตุ๊หนาน คือ พระภิกษุที่อ่อนพรรษา ทำหน้าที่สอนโยมวัด (ศิษย์)

1.2. สมัยสุโขทัย

1.2.1. สันนิษฐานได้ว่ามีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้น

1.2.2. มีนักวิชาการอยู่เป็นจำนวนมาก ดังที่เห็นได้จาการมีตัวอักษรไทยที่เรียกว่า ลายสือไทย

1.3. สมัยกรุงศีอยุธยา

1.3.1. ครูในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ พระภิกษุ ทำหน้าที่สำคัญในการให้การศึกษาแก่ยาวชน เนื่องจากวัดเป็นโรงเรียนสาธารณะประเภทเดียวเท่านั้น

1.4. สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

1.4.1. ถือได้ว่าเป็นการสิ้นการศึกษาไทยโบราณ

1.4.2. การจัดการศึกษาไม่แตกต่างไปจากกรุงศรีอยุธยา สำหรับในส่วนของครูขึ้นอยู่กับสำนักการศึกษา

1.5. พ.ศ.2427 ทรงตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นตามวัดในกรุงเทพหลายแห่ง แห่งแรกคือโรงเรียนวัดมหรรณพาราม

2. ครูยุคการศึกษาไทยในสมัยปฏิรูปการศึกษา (พ.ศ.2414-2474)

2.1. พ.ศ.2414 ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง

2.2. พ.ศ.2435 ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเป็นแห่งแรกที่ตำบลโรงเลี้ยงเด็ก

2.3. พ.ศ.2437 นั่งเรียนฝึกหัดครูยุคแรก 3 คน

2.3.1. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู

2.3.2. สอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

2.4. พ.ศ.2449 ยกระดับโรงเรียนฝึกหัดครู โดยปรับปรุงหลักสูตรให้สูงขึ้น

3. ครูยุคมีใบประกอบวิชาชีพครู (พ.ศ. 2546)

3.1. จัดให้มีการยกเลิกพระราขบัญญัติครู ตั้งแต่พุทธศักราช 2488 ถึง 2523 รวม 6 ฉบับ

3.2. ได้บัญญัติคำว่า “วิชาชีพ” และให้ความหมายของคำว่า “ครู”

3.2.1. “วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทำหลัก ทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ ของผู้เรียนด้วยวิธีต่างๆ

3.2.2. “ครู” หมายความว่า บุคคลที่ประกอบอาชีพหลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ

3.3. ได้บัญญัติให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า “ครุสภา”

3.4. คุรุสภามีสถาณภาพเป็นองค์กรวิชาชีพครู โดยกำหนดให้คุรุสภามีวัตถุประสงค์

3.4.1. ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับการดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ

3.4.2. กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ

3.4.3. ประสาน ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัย ที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ (มาตรา 8 )

3.5. อำนาจหน้าที่ของครุสภา

3.5.1. กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ

3.5.2. ควบคุมความประพฤติและการดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

3.5.3. ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ

3.5.4. พักใช้ใบอนาติหรือเพิกถอนใบอนุญาติ

3.5.5. สนันสนุน ส่งเสริม และพัฒนาวิชาชีพตามมาตราฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ

3.5.6. ส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง และผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

3.5.7. รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ

3.5.8. รับรองความรู้และประสบการณ์ทางวิชาชีพ รวมทั้งความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ

3.5.9. ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ

3.6. ในกรรมการที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งครู ได้กำหนดคุณสมบัติเป็นการเฉพาะไว้

3.6.1. เป็นผู้มีใบอนุญาต และไม่เคยถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาติตามพระราชบัญญัตินี้

3.6.2. เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนมาแล้วรวมกัน ไม่น้อยกว่าสิบปีหรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือมีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป

3.7. ในคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจำนวน 17 คน ซึ่งมาจากบุคคลจำนวน 6 กลุ่ม

3.8. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจและหน้าที่

3.8.1. พิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

3.8.2. ส่งเสริม พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐาน และจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

3.8.3. ส่งเสริม พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

4. ครูยุคมีพระราชบัญญัติก่อนมีใบประกอบวิชาชีพ(พ.ศ.2488-2545)

4.1. พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ได้บัญญัติสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของครู

4.1.1. ห้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา”

4.2. ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา” และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล

4.2.1. ควบคุมและสอดส่องจรรยามรรยาทและวินัยครู

4.2.2. พิทักษ์สิทธิ์ของครูภายในที่กฎหมายกำหนด

4.2.3. ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่างๆ ตามสมควร

4.2.4. พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพ และประสิทธิภาพของครู

4.3. ครูตามมาตรา 24 ได้เป็นกรรมการอำนวยการคุรุสภา จำนวน 10 คน มีการจัดสรรออกเป็นครูตามมาตรา 24

4.4. กำหนดให้ครู

4.4.1. ข้าราชการครู (มาตรา 24 (1))

4.4.2. พนักงานเทศบาล (มาตรา 24 (3))

4.4.3. ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษา

4.4.4. ผู้ทำการสอนในสถาณศึกษาที่อยู่ในความควบคุม ของกระทรวงศึกษาธิการ

4.4.5. ครูต้องเป็นสมาชิกของครุสภา (มาตรา 26 )

4.4.6. กำหนดให้ครูต้องมีจรรยาและมารยาทอันดีงาม

4.5. พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถมศึกษา พ.ศ. 2523 ได้บัญญัติสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของครู

4.5.1. ให้ความหมาย “ข้าราชการครู” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ (มาตรา 3)

4.5.2. ในคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติมีข้าราชการครูรวมอยู่ด้วย ซึ่ง เป็นข้าราชการครูผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราชการครู จำนวน 12 คน (มาตรา 5)

5. ยุคการศึกษาไทยในสมัยไทยในสมัย การปกครองระบอบประชาธิไตย (พ.ศ.2475-2487)

5.1. มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยบุคคลคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะราษฎร์”

5.2. อุดมการณ์ของคณะราษฎร์ที่มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาประเทศ เรียกว่า หลัก 6 ประการ

5.2.1. ในประการที่ 6 มีความว่า “จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร”

5.2.2. ในส่วนที่เกี่ยวกับครู พบว่าในปี พ.ศ.2484 มีการจัดตั้งกองฝึกหัดครูในกระทรวงธรรมการ

6. ครูยุคมีความรุ่งโรจน์แห่งวิชาชีพครู (พ.ศ. 2547- ปัจจุบัน)

6.1. ได้ให้นิยามศัพท์ คำว่า

6.1.1. “ข้าราชการครูและบุคลาการทางการศึกษา”

6.1.2. “ข้าราชการครู”

6.1.3. “วิชาชีพ” (มาตรา 4 )

6.2. คณะกรรมการบริหารงานบุคลากรของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษามีกรรมการที่เป็นผู้แทนข้าราชการครู จำนวน 4 คน

6.3. มีการกำหนดตำแหน่งวิทยฐานะและการให้ได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่ง

6.4. ตำแหน่งข้าราชการครูเป็นตำแหน่งที่มีวิทยฐานะ ในส่วนของครูมีวิทยฐานะ

6.4.1. ครูชำนาญการ

6.4.2. ครูชำนาญการพิเศษ

6.4.3. ครูเชี่ยวชาญ

6.4.4. ครูเชี่ยวชาญพิเศษ

6.5. ข้าราชการครูมีวินัยและรักษาวินัย