แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ by Mind Map: แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

1. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1

1.1. ใช้ในปี พ.ศ. 2504 – 2509

1.2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 มีช่วงเวลาของแผน 6 ปี โดยแยกออกเป็นช่วง 3 ปีแรก (2504-2506) และช่วง 3 ปีหลัง (2507-2509) รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในช่วงของแผนฉบับนี้คือรัฐบาลชุดที่ 30 ภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชน์และรัฐบาลชุดที่ 31 ภายใต้การนำของจอมพลถนอม กิตติขจร โดยแผนได้เริ่มใช้ในสมัยรัฐบาลชุดที่ 30 และได้ใช้ต่อมาจนถึงช่วงแรกของรัฐบาลชุดที่ 31 ซึ่งตามแผนพัฒนาฯฉบับนี้รัฐบาลจะถือเอาการเจริญเติบโต และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศและให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศเพื่อให้สามารถรองรับกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจการค้า โดยรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของสหกรณ์ในการเป็นเครื่องมือของรัฐ ในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ

2. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 3

2.1. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 นี้ ได้เริ่มขึ้นในระยะที่การเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ค่อยอำนวยเป็นครั้งแรกในระยะสิบปี อีกทั้งฐานะด้านสังคม และการเมืองของประเทศก็อยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคหลายประการ อุปสรรคดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ แนวความคิดเห็นด้านสังคมและสภาวะการทางการเมืองของโลกที่สำคัญและที่กระทบกระเทือนแก่ประเทศไทยโดยตรงได้แก่ ความต้องการผลิตผลซึ่งเป็นสินค้าออกประเภทหลักของประเทศไทย เช่น ข้าวและยางมีแนวโน้มจะลดลง กับทั้งราคาของผลิตผลเหล่านี้ในตลาดโลกตกต่ำลงไป ส่วนในด้านสังคมนั้นความคิดเห็นและทัศนคติของเยาวชนและปัญญาชนก็เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นมาแต่เดิมมาก ทำให้เกิดปัญหาความแตกต่างระหว่างชนต่างวัยขึ้น ส่วนในด้านการเมืองระหว่างประเทศนั้น ก็มีวิกฤตเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในประเทศใกล้เคียง ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ แนวทางพัฒนาส่วนรวมของแผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ จึงได้เน้นหนักในด้านนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ควบคู่ไปกับการเร่งรัดพัฒนาสาขาที่มีลำดับความสำคัญสูง และการปูพื้นฐานเพื่อการพัฒนาในระยะต่อไป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไว้รวม 8 ประการ ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ 1. สนับสนุนการรักษาความมั่นคง 2. แก้ปัญหาเศรษฐกิจรัดตัวและเพิ่มรายได้ประชาชาติให้สอดคล้องกับทรัพยากรทางเศรษฐกิจ โดยที่ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ประเทศไทยจะเผชิญปัญหาเศรษฐกิจหลายประการ วัตถุประสงค์หลักจึงเป็นการแก้ปัญหาปัจจุบันให้ลุล่วงไปโดยเร็ว 3. แก้ไขปัญหาดุลการชำระเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ทุนสำรองต้องลดต่ำลงมากเกินควร 4. รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ 5. ยกระดับรายได้และระดับการครองชีพของประชาชาชนในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น กระจายผลของการพัฒนาให้ถึงมือประชาชนโดยทั่วถึง 6. ขยายบริการสาธารณะให้ทั่วถึงประชาชนส่วนรวม 7. การลดอัตราเพิ่มของประชากร รัฐจะให้ความช่วยเหลือในด้านการวางแผนครอบครัวให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสที่จะได้รับบริการความช่วยเหลือในการวางแผนขนาดครอบครัวให้สอดคล้องกับความสามารถหารายได้ของตนได้ตามความสมัครใจ 8. ยกระดับการมีงานทำ ป้องกันปัญหาการว่างงาน

2.2. ใช้ในปี พ.ศ. 2515 – 2519

3. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 5

3.1. ใช้ในปี พ.ศ. 2525 – 2529

3.2. แนวความคิดของการจัดทำแผนพัฒนาชนบทในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 นี้เป็นแนวที่แตกต่างไปจากการจัดทำแผนพัฒนาฯ แบบเดิม คือไม่ได้มองผลผลิตและรายได้ของประเทศเป็นหลัก หากแต่มุ่งที่จะให้ความสำคัญแก่ตัวตน คือ ประชาชนยากจนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาประเทศเท่าที่ควร ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดโดยรัฐจะจัดสรรทรัพยากรไปให้อย่างทั่วถึง อีกทั้งจะให้ความเอาใจใส่กับสาเหตุของปัญหาความยากจนเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการมุ่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และขณะเดียวกันก็จะยึดถือหลักเพื่อให้ประชาชนชนบทสามารถช่วยเหลือตนเองและชุมชนได้อย่างแท้จริงในที่สุด วัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 เพื่อให้การพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการไปสู่การแก้ไขสาเหตุของปัญหาด้านเศรษฐกิจสังคมดังที่กล่าวมาแล้ว จำเป็นจะต้องกำหนดจุดประสงค์ในการพัฒนาประเทศ “แนวใหม่” โดยการปรับระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถรับกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ในขณะเดียวกันก็จะได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้มีการกระจายผลการพัฒนาให้ถึงมือชาวชนบทที่ยากจนให้ทั่วถึง และทำการประสานงานพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการบริหารความมั่นคงของประเทศ กล่าวคือ แนวการพัฒนาประเทศใหม่นี้จะมุ่ง “ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่จะก่อให้เกิดความปรองดองในชาติ” เป็นหลัก โดยกำหนดจุดประสงค์การพัฒนาประเทศ 6 ประการ ดังนี้คือ 1. ฟื้นฟูฐานะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ 2. ปรับโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ 3.การพัฒนาโครงสร้างและกระจายบริการทางสังคม 4. แก้ปัญหาความยากจนในชนบทล้าหลัง 5.ประสานการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ ให้สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกันให้มากที่สุด 6.ปฏิรูประบบบริหารงานพัฒนาของรัฐ เพื่อให้มีการแปลงแผนด้านต่างๆ ไปสู่ภาคปฏิบัติได้อย่างแท้จริง จำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูประบบบ

4. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7

4.1. ใช้ในปี พ.ศ. 2535 – 2539

4.2. การส่งเสริมการพัฒนาการสหกรณ์ซึ่งเป็นการขยายฐานการพัฒนาให้มีคุณภาพและยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถสอดรับกับวัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 7 คือสหกรณ์มีการพัฒนาคน และคุณภาพชีวิต เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อีกทั้งยังมีการกระจายรายได้ไปสู่ส่วนภูมิภาคและชนบท เนื่องจากสหกรณ์จัดตั้งขึ้นในชุมชนนั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของกลุ่มคนที่รวมตัวกัน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง และช่วยลดปัญหาการอพยพจากชนบทเข้าสู่เมืองการพัฒนาประเทศในช่วงแผนฯ 7 จะเน้นความสมดุลระหว่างการพัฒนาในเชิงปริมาณ คุณภาพ และความเป็นธรรมในสังคมควบคู่กันไปเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพและยั่งยืน ดังนั้น รัฐได้กำหนดวัตถุประสงค์หลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 ไว้ 3 ประการดังนี้ 1. รักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ 2. การกระจายรายได้และกระจายการพัฒนาไปสู่ภูมิภาคและชนบท ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 3. เร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ

5. แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9

5.1. ใช้ในปี พ.ศ. 2544 – 2549

5.2. เนื่องจากแผนฯนี้เป็นแผนที่ได้ใช้แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาและบริหารประเทศ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ของประเทศให้เกิด “การพัฒนาที่ยั่งยืนและความเป็นอยู่ดีมีสุขของคนไทย” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างคุณค่าที่ดีในสังคมไทยบนพื้นฐานของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย จึงได้กำหนดสภาพสังคมไทยที่พึงประสงค์ โดยมุ่งพัฒนาสู่ “สังคมที่เข็มแข็งและมีคุณภาพ” ใน 3 ด้านคือ สังคมคุณภาพ ที่ยึดหลักความสมดุล ความพอดี สามารถสร้างทุกคนให้เป็นคนดีพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกสาธารณะ พึ่งตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี รวมทั้งระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ มีความเข็มแข็งและแข่งขันได้ ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสิ่งแวดล้อม สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถคิดเป็นทำเป็น มีเหตุผลสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต สั่งสมทุนทางปัญญา รักษาและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม สังคมสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน ที่ดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมและคุณค่าของเอกลักษณ์สังคมไทยที่พึ่งพาเกื้อกูล มีความเอื้ออาทร มีสถาบันครอบครัวที่เข็มแข็ง ตลอดจนเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ วัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 1. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและมีภูมิคุ้มกัน 2. เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข็มแข็ง ยั่งยืนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างรู้เท่าทันโลก 3. เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีในสังคมไทยทุกระดับ 4. เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพิ่มศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการพึ่งตนเอง

6. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11

6.1. ใช้ในปี พ.ศ. 2555 – 2559

6.2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕–๒๕๕๙) ได้จัดทำขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าช่วงที่ผ่านมา ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๘–๑๐ สังคมไทยได้อัญเชิญหลัก"ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปัจเจก ครอบครัวชุมชน สังคม จนถึงระดับประเทศ ซึ่งได้มีส่วนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ทุกภาคส่วนในสังคมไทยเห็นพ้องร่วมกันน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งให้เกิดภูมิคุ้มกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน ในการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน ทั้งในระดับชุมชน ระดับภาค และระดับประเทศในทุกขั้นตอนของแผนฯ อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งร่วมจัดทำรายละเอียดยุทธศาสตร์ของแผนฯ เพื่อมุ่งสู่ "สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง" การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ จึงเป็นการนำภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ พร้อมทั้งเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมคน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและสังคมไทยให้มีคุณภาพ มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากร และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม รวมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยฐานความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ บนพื้นฐานการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ยังจำเป็นต้องบริหารจัดการแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๑ ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักการพัฒนาพื้นที่ภารกิจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของสังคมไทยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง