รวมเนื้อหาดีๆ จากหนังสือ Eat that Frog!

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
รวมเนื้อหาดีๆ จากหนังสือ Eat that Frog! by Mind Map: รวมเนื้อหาดีๆ จากหนังสือ Eat that Frog!

1. ผู้เขียน

1.1. Brian Tracy

1.1.1. นักเขียนและนักพูดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

1.1.2. นักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือมากกว่า 45 เล่ม

1.1.3. ที่ปรึกษาให้กับบริษัทชื่อดังกว่า 1,000 แห่ง เช่น IBM Ford HW เป็นต้น

2. Key Message

2.1. คนเราไม่มีเวลามากพอสำหรับทำทุกเรื่องที่อยากทำได้ ต่อให้จะบริหารเวลาเก่งแค่ไหนก็ตาม

2.2. นักเขียนได้เปรียบเทียบงานชิ้นสำคัญนี้กับ "กบ" ดังนั้น กินกบตัวนั้นซะ! คือ ทำงานชิ้นนั้นให้เสร็จ นั่นเอง

3. เส้นทางก่อนจะประสบความสำเร็จ

3.1. สมัยเด็ก ไบรอันถูกมองว่าเป็น "คนไร้อนาคต" เขาเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

3.1.1. พอทำงานเป็นเซลล์แมนก็ทำได้ไม่ดีอีก ไบรอันจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ทำไมคนอื่นๆ ถึงเก่งกว่าเรา?"

3.2. ไบรอันเริ่มถามจากคนที่เก่งกว่าว่า "คุณทำงานเก่งและหาเงินมากกว่าผมได้อย่างไร?"

3.2.1. ไบรอันทำยอดขายได้ดีขึ้น เขาได้เลื่อนตำแหน่ง และยังเลือกใช้วิธีเดิมคือ "ถามคนที่เก่งกว่าเขา"

3.2.1.1. ไบรอันเป็นเซลล์แมนที่ทำยอดขายได้มากที่สุด เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธาน คอยดูแลทีมขายในหลายประเทศตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี

3.2.1.2. จงเรียนรู้จากคนเก่งๆ หาให้เจอว่าพวกเขาชอบทำอะไร

4. กฎ 21 ข้อสู่ความสำเร็จในชีวิต

4.1. วางเป้าหมายให้ชัดเจน

4.1.1. ก่อนจะลงมือทำอะไร คุณต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

4.1.2. 7 ขั้นตอนกำหนดเป้าหมายเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4.1.2.1. ตัดสินใจให้ดีว่า "ฉันอยากได้อะไร?"

4.1.2.2. เขียนมันลงในกระดาษ

4.1.2.3. กำหนดเส้นตาย

4.1.2.4. ระบุสิ่งที่ต้องทำออกมาเป็นข้อๆ

4.1.2.5. วางแผนให้ดีในหน้ากระดาษ

4.1.2.6. ลงมือทำตามแผน

4.1.2.7. ตั้งใจทำทุกวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

4.1.2.8. มีคนแค่ 3% เท่านั้นที่เขียนเป้าหมายของตัวเองออกมา แต่คนกลุ่มนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนอื่น 5-10 เท่า

4.2. วางแผนในแต่ละวันล่วงหน้า

4.2.1. ยิ่งคุณวางแผนได้ดีและรอบคอบ คุณจะประหยัดเวลาในแต่ละวันได้มากขึ้น

4.2.1.1. ทุก 1 นาทีที่วางแผนจะช่วยประหยัดเวลาทำงานได้ 10 นาที นี่คือ "กฎ 10/90"

4.2.2. นอกจากวางแผนล่วงหน้าเป็นวันแล้ว คุณควรวางแผนเป็นรายสัปดาห์และรายเดือนด้วย

4.3. ใช้กฎ 80/20

4.3.1. กฎ 80/20 หรือในอีกชื่อที่รู้จักกันว่า กฎของพาเรโต ถูกคิดค้นโดยวิลเฟรโด พาเรโต นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลี

4.3.2. กฎนี้ใช้ตัวเลข 80 และ 20 อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมจากหลายแง่มุม เช่น

4.3.2.1. สิ่งที่คุณทำ 20% จะเกิดผลลัพทธ์ตามมา 80%

4.3.2.2. ลูกค้า 20% จะสร้างยอดขาย 80%

4.3.2.3. สินค้า 20% จะทำกำไรให้บริษัท 80%

4.3.3. ถ้าเรามีงาน 10 อย่าง แสดงว่ามีแค่ 2 งานเท่านั้นที่สำคัญจริงๆ แต่งาน 2 ชิ้นนี้คืองานที่เรามักผัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอ

4.3.4. ดังนั้นคุณต้องหาให้เจอว่างานชิ้นไหนมีค่ามากที่สุด สำคัญมากที่สุด แล้วลงมือทำมันก่อน

4.3.4.1. ห้ามใจตัวเองให้ได้ อย่าไปทำงานเล็กๆ น้อยๆ นั้น

4.4. นึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา

4.4.1. การมองอนาคตในระยะยาวจะช่วยให้เราตัดสินใจในระยะสั้นได้ดีขึ้น

4.4.1.1. Ex # ตัวคุณในอีก 5 ปี 10 ปีเป็นอย่างไร?

4.4.2. ลองถามตัวเองว่า "ถ้าไม่ทำงานนี้จะเกิดผลอะไรตามมาบ้าง?"

4.4.3. เดนิส เวทลีย์ นักพูดชื่อดังกล่าวว่า "คนแพ้พยายามหนีความกลัวและงานหนักด้วยการทำสิ่งอื่นที่ผ่อนคลายมากกว่า"

4.5. ผัดวันประกันพรุ่งอย่างชาญฉลาด

4.5.1. เราไม่มีเวลามากพอทำทุกงานได้อยู่แล้ว เราจึงต้องผัดวันประกันพรุ่งบ้าง

4.5.1.1. คำถามคือ งานชิ้นไหนที่ควรเลื่อนออกไปก่อน

4.5.1.2. เทคนิคคือ

4.5.1.2.1. เรียงลำดับความสำคัญให้ดี

4.5.1.2.2. ปฏิเสธให้เป็น

4.5.2. หมั่นทบทวนว่ากิจกรรมอะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์น้อย แล้วกำจัดทิ้งหรือไม่ก็เลื่อนมันออกไป

4.6. ใช้เทคนิค ABCDE

4.6.1. เทคนิคสำหรับจัดลำดับความสำคัญของงานที่ใช้ง่ายและทรงพลังมาก

4.6.2. แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนคือ

4.6.2.1. ลิสต์รายการงานต่างๆ ที่ต้องทำออกเป็นข้อๆ

4.6.2.2. เติมตัวอักษร A B C D E ต่อท้ายงานนั้น

4.6.2.2.1. A คือ งานสำคัญที่สุดที่คุณต้องทำ ถ้าไม่ทำจะเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้น

4.6.2.2.2. B คือ งานที่ควรทำ ถ้าไม่ทำอาจเกิดปัญหาได้ แต่ก็ยังไม่สำคัญเท่า A

4.6.2.2.3. C คือ งานที่ถ้าได้ทำก็จะดี

4.6.2.2.4. D คือ งานที่ให้คนอื่นทำแทนได้

4.6.2.2.5. E คือ งานที่ไม่จำเป็น สามารถตัดทิ้งไปได้เลย

4.6.2.2.6. ถ้ามีงาน A มากกว่า 1 ชิ้น ให้เขียนเลขต่อท้ายเช่น A-1 A-2 A-3

4.7. หน้าที่หลักสำคัญที่สุด

4.7.1. ระบุหน้าที่ต่างๆ ของคุณออกมา

4.7.1.1. Ex # พนักงานบัญชี

4.7.1.1.1. ทำบัญชี

4.7.1.1.2. คำนวณรายรับรายจ่าย

4.7.1.1.3. จัดทำเอกสารค่าใช้จ่าย

4.7.1.2. Ex # กราฟิกดีไซน์เนอร์

4.7.1.2.1. คิดออกแบบ

4.7.1.2.2. นำเสนอชิ้นงานกับลูกค้า

4.7.1.2.3. แก้ไขชิ้นงาน

4.7.2. คิดทบทวนหรือปรึกษาคนอื่นๆ ดูว่างานไหนบ้างที่คุณยังพัฒนาได้อีก

4.7.3. หมั่นถามตัวเองว่า "ทักษะอะไรที่ถ้าคุณเก่งขึ้นจะส่งผลดีต่ออาชีพ"

4.7.4. คนเรามักผัดวันประกันพรุ่งและหลีกเลี่ยงงานที่ตัวเองด้อยที่สุด แทนที่จะพัฒนามัน

4.8. กฎทอง 3 ข้อ

4.8.1. ในบรรดางานทุกอย่างที่คุณทำ ให้ระบุงานที่สำคัญที่สุดแค่ 3 อย่าง แล้วลงมือทำ

4.8.1.1. Ex # พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่เคยปรึกษาไบรอัน

4.8.1.1.1. ซินเทียอยากมีรายได้และเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น

4.8.1.1.2. ไบรอันจึงให้เธอเขียนงานที่สำคัญที่สุดออกมา 3 อย่าง

4.8.1.2. ชัยชนะโลกแห่งการทำงานคือการสร้างประโยชน์ ยิ่งคุณทำประโยชน์มาก คุณก็จะได้รับสิ่งตอบแทนกลับมามากเช่นกัน

4.8.2. ปรับกฎทอง 3 ข้อนี้ไปใช้กับด้านอื่นของชีวิต

4.8.2.1. ด้านครอบครัว

4.8.2.2. ด้านการเงิน

4.8.2.3. ด้านสุขภาพ

4.8.2.4. ฯลฯ

4.9. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มงาน

4.9.1. จัดเตรียมพื้นที่ทำงานของคุณให้พร้อม เช่น เอกสาร คอมพิวเตอร์ ไฟล์ข้อมูลสำคัญ ฯลฯ แล้วคุณจะทำงานสำคัญได้สะดวกขึ้น

4.9.2. พ่อครัวยังต้องเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์เครื่องครัวให้พร้อมก่อนเริ่มปรุงอาหารเลย

4.10. ค่อยๆ ทำไปทีละขั้นตอน

4.10.1. อย่ากังวลกับงานชิ้นใหญ่ตรงหน้า

4.10.1.1. วิธีที่ดีที่สุดในการกินกบตัวยักษ์นี้คือ "กินทีละคำ"

4.10.2. ต่อให้งานจะยากแค่ไหน แค่ค่อยๆ ทำทีละขั้นตอน เสร็จขั้นตอนแรกก็ต่อขั้นตอนสอง ไม่นานงานชิ้นนี้ก็จะเสร็จ

4.11. พัฒนาทักษะสำคัญให้ดีขึ้น

4.11.1. คนเราไม่ควรหยุดที่จะเรียนรู้

4.11.1.1. จงพัฒนาทักษะสำคัญที่ช่วยให้คุณเก่งขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น

4.11.1.2. Ex # ตัวไบรอันเอง

4.11.1.2.1. เขาพิมพ์ดีดช้ามาก ถ้าช้าแบบนี้จะเขียนหนังสือได้อย่างไร?

4.11.1.2.2. เขาเลยไปซื้อโปรแกรมมาฝึกพิมพ์ดีด

4.11.2. คำแนะนำ 3 ข้อเพื่อพัฒนาตัวเอง

4.11.2.1. ตื่นเช้าขึ้นอีกนิด เพื่อหาเวลาอ่านหนังสือและข้อมูลที่มีประโยชน์

4.11.2.2. สมัครเรียนเพิ่มเติมและเข้าคอร์สอบรบ

4.11.2.3. ฟังพอดแคสต์ความรู้ดีๆ ระหว่างขับรถหรือเดินทาง

4.11.2.3.1. หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2007 ไบรอันจึงแนะนำให้คุณฟังซีดีความรู้ บิงโกเลยขอปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยขึ้นเป็น "พอดแคสต์" แทนครับ

4.12. ใช้ความสามารถพิเศษให้เกิดผล

4.12.1. ต่อให้คุณจะลำบาก เสียบ้าน รถ ทรัพย์สิน และเงินทองไป แต่ถ้าคุณมีความสามารถ คุณก็จะหาทุกอย่างกลับคืนมาได้

4.12.2. ถามตัวเองว่า

4.12.2.1. "ฉันทำอะไรเก่งกว่าคนอื่นบ้าง"

4.12.2.2. "ถ้าเลือกได้ ฉันอยากทำงานอะไร"

4.12.2.3. แล้วคุณจะพบความสามารถพิเศษในตัว

4.13. รู้ข้อจำกัดของตัวเอง

4.13.1. ถามตัวเองว่า "อะไรฉุดรั้งไม่ให้ฉันประสบความสำเร็จ"

4.13.2. ระบุข้อจำกัดต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกออกมา แล้วกำจัดมันซะ

4.13.2.1. ข้อจำกัดภายใน

4.13.2.1.1. ความรู้

4.13.2.1.2. นิสัย

4.13.2.2. ข้อจำกัดภายนอก

4.13.2.2.1. ภาพรวมของตลาด

4.13.2.2.2. นโยบายรัฐบาล

4.13.2.2.3. กฏเกณฑ์ต่างๆ ของบริษัท

4.14. รู้จักกดดันตัวเอง

4.14.1. Parkinson Law บอกว่า งานของเราจะขยายไปได้ตามเวลาที่เรากำหนดไว้

4.14.1.1. ถ้าคุณตั้งเวลาทำงานไว้น้อยหน่อย คุณก็อาจทำเสร็จในเวลานั้น

4.14.1.2. แต่ถ้าคุณตั้งเวลาทำงานไว้เยอะ คุณก็อาจใช้เวลาทั้งหมดนั้นเช่นกัน

4.14.2. สร้างเส้นตายในจินตนาการขึ้นมาแล้วบังคับให้ตัวเองทำตามเส้นตายนี้

4.14.2.1. เช่น เลื่อนกำหนดส่งงานในใจให้เร็วขึ้น 1 วัน ถ้าคุณทำได้ คุณจะเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่งสำเร็จ

4.14.3. คนที่ประสบความสำเร็จจะกดดันตัวเองให้ทำงาน ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จมักรอให้คนอื่นมาสั่งและสร้างแรงกดดันให้

4.15. เพิ่มพลังให้ถึงขีดสุด

4.15.1. ถ้าร่างกาย จิตใจ และสมองของคุณพร้อม คุณจะทำงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4.15.1.1. การโหมทำงานไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

4.15.1.1.1. Ex # งานเยอะจนทำไม่ทัน

4.15.1.2. นอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ

4.15.1.2.1. หาวันว่าง 1 วันในสัปดาห์ หยุดทุกกิจกรรมที่เปลืองพลังสมอง แล้วหันไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย

4.15.1.3. รักษาสุขภาพ กินอาหารที่มีประโยชน์ และหาเวลาว่างออกกำลังกายเป็นประจำ

4.16. กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำ

4.16.1. คอยเป็นกำลังใจให้ตัวเองอยู่เสมอ ความคิดแง่บวกจะเป็นพลังให้คุณ

4.16.1.1. มาร์ติน เซลิกแมน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียพบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีจะมีพฤติกรรม 4 อย่างคือ

4.16.1.1.1. มองหาแง่มุมดีๆ ในทุกเรื่อง

4.16.1.1.2. มองหาบทเรียนจากปัญหา

4.16.1.1.3. มองหาทางออกในทุกปัญหา

4.16.1.1.4. คิดและพูดถึงเป้าหมายของตัวเอง

4.16.2. ใช้เทคนิคพูดคุยกับตัวเอง

4.16.2.1. เช่น ฉันทำได้ ฉันชอบทำสิ่งนี้

4.17. อย่าติดกับดักเทคโนโลยี

4.17.1. เทคโนโลยีมีทั้งด้านดีและร้าย

4.17.2. หาเวลานั่งทำงานเงียบๆ โดยไม่เปิดสมาร์ทโฟนหรือติดต่อสื่อสารใดๆ

4.17.2.1. วิธีจัดการเทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือ ปิดมัน

4.18. หั่นงานเป็นชิ้นๆ

4.18.1. เมื่อเราเจองานยากและใหญ่ เรามักหนีมัน

4.18.1.1. ทั้งๆ ที่มันคือ "กบ" ที่คุณต้องกินมันสิ!!

4.18.2. วิธีแก้คือ

4.18.2.1. SLICE แล่งานออกเป็นชิ้นบางๆ

4.18.2.1.1. ลองนึกภาพแฮมก้อนโตๆ คุณไม่มีทางกินมันได้ในคำเดียวหรอก

4.18.2.2. DICE เจาะงานเป็นรูพรุน

4.18.2.2.1. ลงมือทำงานนั้นไปสักพัก แล้วหยุดพักไปทำอย่างอื่นสัก 5-10 นาที ค่อยกลับมาทำต่อ

4.18.2.2.2. คล้ายๆ กินกบคำนึง แล้วพักก่อน ค่อยกลับมากินต่อ

4.19. สร้างช่วงเวลาขนาดใหญ่

4.19.1. จัดสรรเวลาเพื่อสร้างช่วงเวลาสำหรับทำงานสำคัญ

4.19.2. ตารางเวลา คือเครื่องมือบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

4.19.3. Ex # บนเครื่องบิน

4.19.3.1. คุณต้องบินไปต่างจังหวัดเพื่อติดต่องาน

4.19.3.2. เวลาอยู่บนเครื่อง คุณสามารถคิดวางแผนงานได้เต็มที่โดยมีมีอะไรมากวน

4.20. สร้างสำนึกแห่งความเร่งด่วน

4.20.1. สำนึกแห่งความเร่งด่วนคือแรงผลักดันที่คุณบอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่า "ฉันจะลงมือทันทีและจะรีบทำให้เสร็จเร็วที่สุด

4.20.2. หาช่วงเวลา "เครื่องติด" ของตัวเองให้เจอ

4.20.2.1. ช่วงเวลาเครื่องติด คือ ช่วงที่เราทำงานได้ดีที่สุด ได้นานที่สุด แถมยังรู้สึกสนุกและอยากทำต่อเรื่อยๆ ด้วย

4.20.3. วิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือ พูดกับตัวเองซ้ำๆ ว่า "ทำเลย ทำเลย ทำเลย"

4.21. กินกบตัวนั้นซะ

4.21.1. เมื่อตัดสินใจแล้ว ให้ลงมือทำทันที

4.21.2. หมั่นฝึกสมาธิและวินัยให้ตัวเอง อย่าวอกแวกหรือเสียสมาธิระหว่างทำงานจนกว่างานตรงหน้าจะเสร็จสมบูรณ์

5. ทำไมต้องเป็น "กบ"

5.1. คนเราไม่มีทางมีเวลาพอสำหรับทำทุกอย่าง การจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

5.2. "ถ้าสิ่งแรกที่คุณทำตอนเช้าคือ การกินกบเป็นๆ หนึ่งตัว คุณจะผ่านวันนั้นไปได้สบายๆ เพราะนี่คือเรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับคุณในวันนั้น"

5.3. กบ ก็คือ งานชิ้นสำคัญที่สุดของคุณ งานที่มีคุณค่าสำหรับคุณ แต่มันดูเป็นงานที่ใหญ่ ยาก และน่าเกลียดน่ากลัว

5.3.1. การกินกบ ก็คือ การทำงานชิ้นสำคัญนั้นให้สำเร็จ กฎของการกินกบมี 2 ข้อคือ

5.3.1.1. ถ้ามีกบให้กิน 2 ตัว เลือกกินกบที่น่าเกลียดที่สุดก่อน

5.3.1.2. ไม่มีประโยชน์ถ้าเอาแต่นั่งมองกบ กินมันซะ!

5.4. จงหางานชิ้นที่สำคัญที่สุดแล้วลงมือทำทันที