สรุปหนังสือ Getting Things Done

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
สรุปหนังสือ Getting Things Done by Mind Map: สรุปหนังสือ Getting Things Done

1. ผู้เขียน

1.1. David Allen

2. Key Messages

2.1. Getting Things Done หรือเรียกย่อได้ว่า GTD คือแนวคิดการบริหารจัดการงานและรายการสิ่งที่คุณต้องทำให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ โดยเปลืองแรงน้อยที่สุด

2.2. GTD มีใจความสำคัญเพียง 5 ขั้นตอน เพื่อช่วยให้คุณบริหารงานและเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.3. ถ้าคุณใช้ GTD ได้ผล คุณจะมีเวลาในชีวิตเหลือมากขึ้น

3. 5 ขั้นตอนของ GTD

3.1. รวบรวม (Collect)

3.1.1. เค้นรายการ "งาน" ที่ต้องทำออกมาให้หมด ทั้งเรื่องส่วนตัวและงานที่ทำ

3.1.2. ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ

3.1.3. จบขั้นตอนนี้คุณจะมีงานกองยักษ์รออยู่ตรงหน้า รอให้คุณจัดการ

3.2. ประมวลผล (Process)

3.2.1. ทำให้ "งานกองยักษ์" หายไป เหมือนกันเคลียร์ inbox ในอีเมล

3.2.2. หลักในการจัดการ "งานกองยักษ์" มี 3 ข้อคือ

3.2.2.1. จัดการงานชิ้นแรกสุดก่อน ลิสต์งานไหนไว้เป็นอันแรกก็เริ่มจากอันนี้

3.2.2.2. ค่อยๆ จัดการไปทีละงาน

3.2.2.3. งานไหนจัดการแล้ว จะไม่นำกลับมาจัดใหม่

3.2.3. ขั้นตอนการเริ่มประมวลผล

3.2.3.1. หยิบงานขึ้นมาหนึ่งชิ้น

3.2.3.2. ถามตัวเองว่า "นี่เป็นงานจริงหรือไม่? เราทำมันได้หรือไม่?"

3.2.3.2.1. ตอบ ใช่ Yes

3.2.3.2.2. ตอบ ไม่ No

3.3. จัดระเบียบ (Organize)

3.3.1. ถึงขั้นตอนนี้จะมีงานทั้งหมด 7 ประเภทคือ

3.3.1.1. งานที่อาจจะทำ

3.3.1.2. งานที่เก็บไว้อ้างอิง

3.3.1.3. งานที่ทิ้งไปได้เลย

3.3.1.4. งานแบบ Projects

3.3.1.4.1. งานที่มีมากกว่า 1 ขั้นตอนขึ้นไป

3.3.1.4.2. ใช้เทคนิค Brainstrom หรือ Mindmap ช่วย

3.3.1.5. งานที่จะทำต่อไป

3.3.1.6. งานที่รอมอบหมายให้คนอื่นทำ

3.3.1.7. งานที่มีกำหนดเวลาแน่นอน

3.3.2. เทคนิคคือ ควรจัดกรุ๊ปงานให้เข้าใจง่ายและชัดเจน เช่น

3.3.2.1. งานที่ต้องทำที่บ้าน

3.3.2.2. งานที่ต้องทำในออฟฟิศ

3.3.2.3. งานติดต่อลูกค้า

3.3.2.4. งานเอกสาร

3.4. ทบทวน (Review)

3.4.1. แบ่งการทบทวนย่อยออกเป็นทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน และทุกสิ้นปี

3.4.1.1. ทุกวัน เช่น

3.4.1.1.1. งานที่ลงปฏิทินเอาไว้เสร็จตามนั้นหรือไม่?

3.4.1.1.2. งานที่จะทำต่อไป ได้ลงมือทำหรือยัง?

3.4.1.2. ทุกสัปดาห์ เช่น

3.4.1.2.1. Projects คืบหน้าไปอย่างไรบ้าง

3.4.1.2.2. งานที่อาจจะทำ ยังต้องทำอยู่หรือไม่?

3.4.2. ทุกสิ้นสัปดาห์ ควรไล่ทำ GTD จากขั้นตอนแรกอีกครั้ง เพื่อดึงงานของสัปดาห์ใหม่ออกมาจัดระเบียบ

3.5. ลงมือทำ (Do)

3.5.1. ลงมือทำตาม "งานที่จะทำต่อไป" ตามที่วางแผนไว้

3.5.2. ปัจจัยสำหรับช่วยตัดสินใจเลือกงานที่จะทำ

3.5.2.1. สภาพแวดล้อม

3.5.2.1.1. จำเป็นต้องทำที่ออฟฟิศอย่างเดียวหรือไม่?

3.5.2.1.2. จำเป็นต้องเปิดโน้ตบุ๊คทำเท่านั้นหรือไม่?

3.5.2.1.3. จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตในการทำงานหรือไม่?

3.5.2.2. เวลา

3.5.2.2.1. ถ้ามีเวลาน้อย ไม่ควรเลือกทำงานที่กินเวลามาก

3.5.2.3. พลังงาน

3.5.2.3.1. ตอนเช้าแรงเยอะทั้งกายและใจ ตอนใกล้หมดวันพลังเราจะเหลือน้อย

3.5.2.4. ลำดับความสำคัญ

4. ความโด่งดังของหนังสือเล่มนี้

4.1. ในปี 2007 นิตยสาร Time ยกย่องให้ Getting Things Done เป็นหนังสือพัฒนาตัวเองแนวธุรกิจที่ยอดเยี่ยม

4.2. ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2001 และขายดีเรื่อยมาจนกระทั่งปี 2015 เดวิด อัลเลนได้ปรับปรุงเนื้อหาใหม่ตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

5. ที่มาของ GTD

5.1. เดวิดพบว่า คนเรายึดติดกับการทำงานในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ตอน 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น พอวันหยุดก็เลยไม่มีใครอยากทำงานอีก

5.2. ทุกคนจึงเริ่มเกิดความเครียดสะสมทีละน้อยไปเรื่อยๆ

5.2.1. นอกจากนี้คนเรายังยึดติดกับปฏิทินและ to do list มากเกินไปด้วย

5.3. เขาจึงคิดระบบ GTD ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา

5.3.1. GTD จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5.3.2. GTD จะช่วยให้คุณเครียดน้อยลงและรู้สึกผ่อนคลายตอนทำงานมากขึ้น

5.3.3. GTD จะช่วยให้คุณเหลือเวลาว่างมากขึ้น

6. หลักการเบื้องต้น 2 ข้อในการทำ GTD

6.1. ดึงงานทุกอย่างที่เราต้องทำออกจากหัวสมองไปใส่ในระบบที่ไว้ใจได้

6.1.1. "จำ" สู้ "จด" ไม่ได้ สมองเรามีวันลืม แต่เมื่อเราจดใส่กระดาษหรือพิมพ์ใส่ไฟล์ไว้ มันจะคงอยู่ตลอดไป

6.1.2. เก็บพลังสมองเอาไว้ "คิด" อย่าเสียเวลา "จำ"

6.2. กำหนดสิ่งที่ต้องทำและไม่ทำ ทั้งตอนนี้และหลังจากนี้เป็นต้นไป

7. เตรียมตัวก่อนเริ่ม GTD

7.1. อุปกรณ์จัดเก็บรายการงานต่างๆ เช่น

7.1.1. ถ้าคุณใช้กระดาษจดเป็นหลัก

7.1.1.1. กล่องหรือแฟ้มสำหรับจัดเก็บ

7.1.1.2. กระดาษโน้ต

7.1.1.3. ดินสอ ปากกา โพสต์อิท

7.1.2. ถ้าคุณใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์

7.1.2.1. สมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ต

7.1.2.2. แอพพลิเคชั่น

7.2. ปฏิทิน