รวมความรู้จากหนังสือ The 4 Disciplines of Execution

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
รวมความรู้จากหนังสือ The 4 Disciplines of Execution by Mind Map: รวมความรู้จากหนังสือ The 4 Disciplines of Execution

1. ผู้เขียน

1.1. Sean Covey

1.2. Chris McChesney

2. คนดังๆ พูดถึงหนังสือเล่มนี้กันอย่างไร?

2.1. Clayton Christensen

2.1.1. "นี่คือหนังสือที่หัวหน้าทุกคนควรอ่าน!"

3. Key Message

3.1. พาตัวเองออกจาก "พายุหมุน" ของงานที่เข้ามาอย่างไม่รู้จบ แล้วพยายามทำเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จด้วยกฎ 4 ข้อในหนังสือ

4. The 4 Disciplines of Execution (4DX) มีประโยชน์กับเราอย่างไร?

4.1. ทุกวันนี้เราต่างเจอกับ "พายุแห่งความวุ่นวาย" ที่กระหน่ำเข้าใส่ตลอดเวลา

4.1.1. พายุนี้กลืนกิน "เวลา" และ "พลังงาน" จากเราจนหมดสิ้น

4.1.1.1. The 4 Disciplines of Execution (4DX) คือสิ่งที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้

4.2. The 4 Disciplines of Execution (4DX) คือกฎสู่ความสำเร็จ 4 ข้อ ซึ่งผ่านการพิสูจน์มาแล้วจากบริษัทและทีมงานต่างๆ

4.2.1. กฎสู่ความสำเร็จทั้ง 4 ข้อจะช่วยสร้างวิธีทำงานแบบใหม่ที่เหมาะสมกับยุคปัจจุบันนี้

5. กฎข้อที่ 1 # โฟกัสไปที่สิ่งสำคัญอย่างเข้มข้น

5.1. ในหนังสือจะใช้เรียกว่า WIG ย่อมาจาก Wildly Important Goal

5.1.1. WIG คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดลงไป

5.1.2. ปัจจัยสำคัญ 3 ข้อที่คุณต้องมีก่อนจะโฟกัสไปที่ WIG

5.1.2.1. เป้าหมายต้อง "ชัดเจน" และ "ระบุได้อย่างเฉพาะเจาะจง"

5.1.2.2. เป้าหมายนั้นต้องวัดผลได้

5.1.2.3. เป้าหมายนั้นต้องมีเส้นตายชี้วัดด้วย

5.1.3. Ex # WIG ยอดขายสินค้า

5.1.3.1. เพิ่มยอดขายสินค้า A จาก 15% เป็น 20% ภายในสิ้นปี

5.2. คุณต้องมีเป้าหมายหลักๆ ไม่เกิน 2-3 อย่าง ถ้ามากกว่านั้นมันจะ "มั่วซั่ว"

5.2.1. ให้คุณคิดไปเลยว่า "คุณต้องทำเป้าหมายหลัก 2-3 อย่างนี้ให้สำเร็จเหมือนคุณกำลังทำสงครามอยู่" คุณต้องหาทางเอาชนะให้ได้สถานเดียว

5.2.2. Ex # Steve Jobs

5.2.2.1. จ็อบส์ตัดผลิตภัณฑ์นับสิบนับร้อยที่แอปเปิลทำอยู่ตอนนั้นเพื่อ "โฟกัส" ไปที่ผลิตภัณฑ์ดีๆ เพียงไม่กี่ตัว

5.2.2.1.1. หลังจากนั้นโลกก็ได้รู้จักผลิตภัณฑ์อันแสนยอดเยี่ยมหลายชิ้นทั้ง iPod iPhone และ iPad

6. กฎข้อที่ 2 # จัดการ "ตัววัดผลหลัก" ให้ชัดเจน

6.1. การวัดผลแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ

6.1.1. ตัววัดผลหลัก (Lead Measures)

6.1.1.1. หมายถึงสิ่งที่คุณทำ

6.1.1.1.1. Ex # คุณกินอะไรบ้างในแต่ละวัน

6.1.1.1.2. EX # Input

6.1.1.1.3. Ex # สิ่งที่คุณพอจะควบคุมได้เกือบทั้งหมด

6.1.2. ตัววัดผลรอง (Lag Measures)

6.1.2.1. หมายถึงผลลัพธ์ตอนท้าย

6.1.2.1.1. Ex # คุณน้ำหนักเท่าไหร่

6.1.2.1.2. EX # Output

6.1.2.1.3. EX # ผลลัพธ์ที่คุณควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

6.1.3. Ex # คุณกำลังทำช่องยูทูป เป้าหมายของคุณคือเพิ่มยอดคนกด subscibe ให้ได้ 100,000 คน

6.1.3.1. ตัววัดผลหลักคือ

6.1.3.1.1. จำนวนวิดีโอที่คุณอัพโหลด

6.1.3.2. ตัววัดผลรองคือ

6.1.3.2.1. ยอดคนกด subscibe

6.1.3.3. ถ้าคุณมัวแต่โฟกัสแต่การตัววัดผลรองอย่าง "ยอดคนกด subscibe โดยไม่สนใจตัววัดผลหลักอย่าง "จำนวนวิดีโอที่คุณอัพโหลด"

6.1.3.3.1. คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าแผนงานของคุณดีพอหรือไม่? แถมกว่าจะรู้ตัวก็เสียเวลาไปมากแล้วด้วย

6.2. เทคนิคการใช้ "ตัววัดหลัก" ให้ได้ผล

6.2.1. กำหนด "ตัววัดหลัก" ให้มีมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่ทำได้

6.2.1.1. ถ้าคิดไม่ตกว่าจะกำหนดเท่าไหร่ดีให้หา "ตัวช่วย"

6.2.1.1.1. ถามคนอื่นๆ ที่มีความรู้ว่า "เขาตั้งมาตรฐานกันไว้เท่าไหร่?" "เขาเคยทำได้มากเท่าไหร่?"

6.2.2. ติดตามผลบ่อยๆ

6.2.2.1. ลองหยิบตัวช่วยต่างๆ มาใช้ เช่น

6.2.2.1.1. Checklist

6.2.2.1.2. Application สำหรับ tracking

6.2.3. ข้อมูลที่ดีจะช่วยสร้างประสิทธิภาพในการทำงานได้มากที่สุด

6.2.3.1. ถ้าคุณไม่มีข้อมูล คุณจะหาวิธีสร้างงานที่ดีได้อย่างไร?

7. กฎข้อที่ 3 # สร้างระบบการให้คะแนน

7.1. Q # คุณรู้สึกเช่นไรเวลาทำคะแนนได้สูงๆ ตอนเล่นเกมกับเพื่อนๆ

7.1.1. เฉยๆ ไม่คิดอะไรเลย

7.1.2. ดีใจ นี่คือฟีลลิ่งของผู้ชนะ

7.2. ข้อดีของระบบการให้คะแนนคือ

7.2.1. เพิ่มระดับการเล่นและการแข่งขัน

7.2.2. กระตุ้นให้เราพยายามทำคะแนนให้ดีขึ้นกว่าเดิม

7.3. เทคนิคการใช้ "ระบบการให้คะแนน" ให้ได้ผล

7.3.1. ตั้งไว้ให้คุณมองเห็นได้ตลอดเวลา

7.3.2. ทำง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อน แค่ดูออกเร็วๆ ว่าตอนนี้ "คุณแพ้" หรือ "คุณชนะ"

7.3.3. ใส่ข้อมูลไม่ต้องเยอะ เช่น "ตัววัดหลัก" 2-3 ตัว, "ตัววัดรอง" 1-2 ตัว

7.3.4. กุญแจสำคัญในการใช้ระบบให้คะแนนให้ได้ผลคือ "ตั้งเป็น Scoreboard ให้เห็นได้ชัดๆ ตลอดเวลาไปเลย"

8. กฎข้อที่ 4 # นัดมีทติ้งเพื่อแชร์สิ่งที่รับผิดชอบ

8.1. คุณต้องจัดมีทติ้งขึ้นมาให้คุณและสมาชิกร่วมกันแชร์งานที่รับผิดชอบ

8.1.1. เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม

8.1.2. เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนทำงานได้ดีขึ้น เพราะเราต่างจับตามองซึ่งกันและกันอยู่

8.1.3. เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าทุกคนกำลังโฟกัสที่ WIG เดียวกัน

8.1.4. พอรู้ว่าจะถึงวันมีทติ้ง ทุกคนจะเตรียมงานในส่วนของตัวเองให้เสร็จทันเวลา

8.2. กุญแจสำคัญของการจัดมีทติ้งที่ดีคือ "จัดมีทติ้งเป็นประจำทุกอาทิตย์ ทุกคนจะได้เตรียมตัวให้พร้อม"

8.3. เทคนิค "การจัดมีทติ้ง" ให้ได้ผล

8.3.1. ตั้งโครงสร้างง่ายๆ ในการมีทติ้งขึ้นมา เช่น

8.3.1.1. ควรใช้เวลาไม่เกิน 20-30 นาทีต่อครั้ง

8.3.1.2. เล่าว่าใครทำอะไรเสร็จและไม่เสร็จบ้าง

8.3.1.3. ดูคะแนนรวมใน Scoreboard ว่าทุกคนกำลังเดินมาถูกทางหรือไม่

8.3.1.4. หารือกันว่าสิ่งที่ต้องทำต่อไปคืออะไร

8.3.1.5. ระบุลงตารางงานให้ชัดเจนว่าอาทิตย์ถัดไป งานชิ้นไหนต้องทำให้เสร็จบ้าง

8.3.2. จัดเป็นประจำทุกอาทิตย์ในวันเดิมและเวลาเดิม

8.3.3. อย่าเอาเรื่องที่ไม่ประจำหรือไม่เกี่ยวข้องเข้าไปวุ่นวายในมีทติ้ง

8.3.3.1. ให้โฟกัสอยู่กับ WIG เพียงอย่างเดียว