รวมความรู้ในหนังสือ Goals

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
รวมความรู้ในหนังสือ Goals by Mind Map: รวมความรู้ในหนังสือ Goals

1. ผู้เขียน

1.1. Brian Tracy

1.1.1. นักเขียนและนักพูดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

1.1.2. นักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือมากกว่า 45 เล่ม

1.1.3. ที่ปรึกษาให้กับบริษัทชื่อดังกว่า 1,000 แห่ง เช่น IBM Ford HW เป็นต้น

2. Key Message

2.1. หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนไกด์คอยนำทางให้คุณทำเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ

3. 6 กุญแจสำคัญในการตั้งเป้าหมาย

3.1. concept เกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ S.M.A.R.T

3.1.1. S - Specific

3.1.1.1. คุณต้องระบุเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจง

3.1.2. M - Measurable

3.1.2.1. เป้าหมายนั้นต้องวัดผลด้วยตัวเลขได้

3.1.3. A - Attainable

3.1.3.1. เป้าหมายนั้นต้องทำได้จริง

3.1.4. R - Realistic

3.1.4.1. เป้าหมายนั้นต้องสมเหตุสมผลและตั้งอยู่บนหลักความเป็นจริง

3.1.5. T - Time-bound

3.1.5.1. เป้าหมายนั้นมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนในการลงมือทำให้สำเร็จ

3.2. แต่ไบรอันบอกว่ายังมีรายละเอียดดีๆ เพื่อช่วยให้หลัก S.M.A.R.T ตั้งเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

3.3. อย่าลืม "เขียน" เป้าหมายออกมาด้วย

3.3.1. คนส่วนมากชอบตั้งเป้าหมายไว้ในใจไม่เขียนมันออกมา

3.3.1.1. แต่ถ้าคุณ "เขียน" มันออกมา คุณจะมองเห็นและรู้ตัวตลอดเวลาว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร

3.3.2. Ex # การลดน้ำหนัก

3.3.2.1. หลายคนชอบมีเป้าหมายส่วนตัวว่า "ฉันจะลดน้ำหนัก" แต่มันอาจเป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ ก็ได้

3.3.2.1.1. เพราะพวกเขาไม่ยอมเขียนเป้าหมายออกมา แล้วมันก็ไม่ชัดเจน ไม่ระบุให้เฉพาะเจาะจงด้วย

3.3.2.2. เป้าหมายที่ดีกว่าการพูดว่า "ฉันจะลดน้ำหนัก"

3.3.2.2.1. เขียนออกมาว่า "ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ภายใน 2 เดือนด้วยวิธีควบคุมอาหารเป็นหลักและออกกำลังกายเสริมด้วย"

3.4. ไม่ว่าคุณหรือคนอื่นก็วัดผลนี้ได้

3.4.1. Ex # การลดน้ำหนัก

3.4.1.1. ถ้าเป้าหมายของคุณคือ "ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ภายใน 2 เดือนด้วยวิธีควบคุมอาหารเป็นหลักและออกกำลังกายเสริมด้วย"

3.4.1.1.1. นอกจากคุณจะวัดผลมันได้ว่าทำสำเร็จหรือไม่ คนอื่นๆ ก็ยังวัดผลเป้าหมายนี้ของคุณได้ด้วย

3.5. มี "เส้นตาย"

3.5.1. กำหนดเส้นตายให้ชัดแล้วโน้ตลงปฏิทินเอาไว้เลย

3.6. เพิ่ม "ความท้าทาย" ด้วย

3.6.1. เป้าหมายง่ายไปก็ไม่ท้าทาย ยากไปก็ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นเป้าหมายต้องอยู่ตรงกลาง

3.6.1.1. คุณมีโอกาสทำเป้าหมายนั้นสำเร็จ 50%

3.6.1.2. ตัวเลข 50% จะช่วยผลักดันให้คุณทำงานหนัก เพราะมันยากพอตัว

3.6.1.2.1. ต่อให้คุณทำไม่สำเร็จ คุณก็จะเติบโตขึ้นและเรียนรู้หลายๆ อย่างจากการทำมัน

3.7. ตั้งเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

3.7.1. Ex # เป้าหมายการเงินกับเป้าหมายส่วนตัว

3.7.1.1. เป้าหมายการเงินคือ คุณจะรับงานฟรีแลนซ์เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น

3.7.1.2. เป้าหมายส่วนตัวคือ คุณอยากมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นกว่าเดิม

3.7.1.3. Q # 2 เป้าหมายนี้ขัดแย้งกันหรือไม่?

3.8. ตั้งเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกับความฝันสูงสุดในชีวิตคุณ

3.8.1. คนเราจะมี "เป้าหมายระยะสั้น" "เป้าหมายระยะกลาง" และ "เป้าหมายระยะยาว"

3.8.1.1. ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายไหนก็ต้องไปในทางเดียวกับความฝันสูงสุดในชีวิต

3.8.1.2. ไม่เช่นนั้นคุณจะเสียเวลาเปล่า หรือหมดเวลาไปกับการทำให้เป้าหมายของคนอื่นสำเร็จแทน

4. 4 กุญแจสำคัญเพื่อช่วยให้คุณมองเห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้น

4.1. มองเห็นบ่อยแค่ไหน?

4.1.1. คุณนึกภาพความสำเร็จนั้นบ่อยแค่ไหน?

4.1.1.1. ยิ่งคุณนึกภาพมันบ่อยเท่าไหร่ เป้าหมายนั้นก็ยิ่งฝังลึกในจิตใจคุณ

4.1.1.2. Ex # นักกีฬาฟุตบอล

4.1.1.2.1. วิธีฝึกของกองหน้าให้ทำประตูได้เก่งขึ้นก็คือ "จินตนาการ"

4.2. มองเห็นนานแค่ไหน?

4.2.1. คิดถึงน้อยก็ได้ผลน้อย คิดถึงมากก็ได้ผลมาก

4.3. ความเอาจริงเอาจัง

4.3.1. ความเอาจริงเอาจังจะช่วยเร่งให้คุณอยากทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จเร็วมากขึ้น

4.4. ความชัดเจน

4.4.1. คุณเห็น "ธุรกิจตัวเอง" เป็นแบบไหน?

4.4.2. คุณเห็น "รูปร่างตัวเอง" ดีแค่ไหน?

4.4.3. คุณเห็น "บ้านในฝัน" ของตัวเองเป็นอย่างไร?

4.4.4. ยิ่งคุณมองเห็นเป้าหมายของตัวเองได้ชัดเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นผลดีมากขึ้นเท่านั้น

4.5. Ex # Michael Phelps

4.5.1. ไมเคิลมองเห็นตัวเองเป็นผู้ชนะเสมอ

4.5.1.1. เขาจินตนาการว่าตัวเองว่ายเข้าเส้นชัยและคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้สำเร็จ

4.5.1.2. เขาจินตนาการถึงผลการแข่งขันที่อยากได้

4.5.1.3. เขาจินตนาการถึงการว่ายด้วยความเร็ว

4.6. ทุกคนล้วนมีจินตนาการถึงภาพต่างๆ ในหัวอยู่แล้ว

4.6.1. จุดสำคัญอยู่ที่ "คุณนึกถึงโดยตั้งใจ" หรือ "ไม่ได้ตั้งใจ"

4.6.1.1. คุณต้องจินตนาการถึงเป้าหมายของคุณโดย "ตั้งใจ"

5. เราจะสร้างความรู้สึกดีๆ กับงานที่ทำได้อย่างไร?

5.1. เมื่อเราทำอะไรสักอย่างสำเร็จ สมองจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาให้เรารู้สึกดีและเสพติดความรู้สึกเช่นนี้

5.2. นั่นแปลว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่ "การทำงานเสร็จ"

5.2.1. ต่อให้คุณจะมีงานชิ้นใหญ่ที่กินเวลานานกว่าจะเสร็จ คุณก็แค่

5.2.1.1. ตัดตอนให้เป็นขั้นตอนที่เล็กลงมาให้มากที่สุด

5.2.1.1.1. เช่น เป้าหมายคือเขียนหนังสือ 1 เล่ม ก็ตัดเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่ 5 หน้า, 1 บท เป็นต้น

5.2.1.2. พอทำเสร็จก็ทำสัญลักษณ์ให้รู้ว่า "เสร็จแล้ว!"

5.2.1.2.1. เช่น Checklist

5.3. 3 ขั้นตอนง่ายๆ ช่วยกระตุ้นตัวเองให้ทำงานเสร็จ

5.3.1. ใช้ Checklist

5.3.1.1. วิธีสุดคลาสสิกที่ได้ผลเสมอ อะไรทำเสร็จก็เช็คไว้

5.3.2. ใช้ตัวจับเวลา

5.3.2.1. ลองตั้งเวลา 15 นาที

5.3.2.1.1. จับเวลาแล้วเริ่มลงมือทำงาน

5.3.3. ปฏิทินหรือตารางงาน

5.3.3.1. ใส่งานต่างๆ ลงในปฏิทินหรือตาราง

5.3.3.1.1. ทำงานให้เสร็จ

6. เราจะวัดความคืบหน้าของเป้าหมายนั้นได้อย่างไร?

6.1. คนเราจะมีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นเมื่อเป้าหมายที่วางไว้ "คืบหน้า"

6.1.1. ดังนั้นคุณต้องหาวิธีอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองรู้ว่า "ตอนนี้งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?"

6.2. 2 วิธีแนะนำสำหรับวัดความคืบหน้าของงาน

6.2.1. ใช้เกณฑ์เดียววัดผลพอ

6.2.1.1. อย่ามีหลายเกณฑ์ มันจะทำให้เราสับสน

6.2.2. วัดจากงานที่สำคัญที่สุด

6.2.2.1. วัดที่ "ความพยายาม" เป็นหลัก

6.2.3. Ex # Youtube channel

6.2.3.1. ตอนนี้คุณกำลังทำ youtube channel คุณจะวัดความคืบหน้าของเป้าหมายนี้อย่างไร?

6.2.3.1.1. ใช้เกณฑ์เดียววัดผลพอ

6.2.3.1.2. วัดจากงานที่สำคัญที่สุด

6.3. เทคนิคหนึ่งที่ไบรอันแนะนำก็คือให้คิดเสียว่า "นี่คือเกม" แล้วสนุกไปกับมัน

7. สำรวจความเชื่อของตัวเอง

7.1. ทุกการกระทำของคุณเป็นผลมาจากความเชื่อของตัวคุณเอง

7.1.1. ความเชื่อพื้นฐานที่สุดของคุณคืออะไร?

7.1.1.1. ทำดีได้ดี

7.1.1.2. ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

7.1.2. คุณมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในโลกอย่างไร?

7.1.3. ความคาดหวังของคุณคืออะไร?

7.1.4. Attitude ของคุณเป็นอย่างไร?

7.1.4.1. เป็นคนมองโลกแง่บวก

7.1.4.2. เป็นคนมองโลกแง่ลบ

8. รู้จักควบคุมตัวเองให้เป็น

8.1. คนส่วนใหญ่เชื่อว่าชีวิตของพวกเขาถูกสถานการณ์ต่างๆ รอบตัวควบคุม

8.1.1. แต่ความจริงแล้ว คุณคือคนที่ควบคุมชีวิตของตัวเอง

8.1.2. ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากทุกอย่างที่คุณทำ