พยาธิสภาพการตาย

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
พยาธิสภาพการตาย by Mind Map: พยาธิสภาพการตาย

1. การตายทางการแพทย์ • ทางการแพทย์ถือว่าบุคคลเสียชีวิตแล้วโดยวัดจาก คลื่นสมอง แม้ว่ายังมีการหายใจ หรือหัวใจยังเต้นอยู่ การตายทางกฎหมาย • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พ.ศ. 2535 – มาตรา 15 “สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดและอยู่รอด เป็นทารกสิ้นสุดลงเมื่อตาย” • พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์พ.ศ. 2499 – “คนตาย หมายความว่าคนสิ้นชีวิตเท่านั้น ลูกตายในท้อง หมายถึงลูกที่อยู่ในครรภ์มารดา เป็นเวลาเกินกว่า 28 สัปดาห์ และคลอดออกมา โดยไม่มีชีวิต”

2. การตายแบ่งเป็น 3 ประเภท

2.1. การตายตามธรรมชาต

2.1.1. การหยุดทำงานของระบบร่างกาย 3 ระบบ คือ แกนสมอง ของระบบประสาทกลาง ระบบไหลเวียนเลือด (หัวใจหยุดเต้น) และระบบหายใจ (หยุดหายใจ)

2.2. การตายผิดธรรมชาต

2.2.1. • ฆ่าตัวตาย • ถูกฆ่าตาย • ถูกสัตว์ทำร้าย •อุบัติเหตุ • ตายโดยไม่ปรากฏเหตุ

2.3. การตายโดยผลของกฎหมาย

2.3.1. • การหายสาบสูญโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นอย่างน้อย 5 ปี และญาติทำการร้องขอต่อศาลให้ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ซึ่งมีสภาพเท่ากับคนที่ตายไปแล้วนั่นเอง

3. ประโยชน์ของการบ่งบอกระยะเวลาตาย

3.1. 1. เพื่อบอกระยะเวลาที่มีการฆาตกรรม 2. เพื่อคัดกรองผู้ต้องสงสัย 3. เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านการเป็นพยานบุคคล 4. เพื่อกำหนดบุคคลที่มีสิทธิได้รับมรดก 5. เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ประกันชีวิตมีผลบังคับใช้

4. การตาย/การเสียชีวิต การสิ้นสุดการทำหน้าที่ทางชีวภาพ ของกระบวนการซึ่งทำให้ชีวิตดำรงอยู่ ร่างกายหรือศพของสิ่งมีชีวิตจะเริ่ม เน่าสลายไม่นานหลังเสียชีวิต

5. แบ่งประเภทการตายทางการแพทย์

5.1. Clinical Death

5.1.1. การทำงานล้มเหลวและไม่สามารถกลับคืนมาได้ของ ระบบสมอง การหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิต หลังจากการพยายาม ช่วยชีวิตด้วยวิธีต่างๆ

5.2. Brain Death

5.2.1. การถูกทำลายแกนสมอง (Brain stem) โดยไม่สามารถกลับมาทำงานได้อีก

5.3. Other terms of death

5.3.1. Cellular death การตายของเซลล์ที่เกิดขึ้นแม้ร่างกายมีชีวิต

5.3.2. Persistent Vegetative State กรณีการตายที่ก้านสมองไม่ตาย ตายแค่เปลือกสมอง ผู้ป่วยยังหายใจได้เอง ลืมตาได้ ไม่รู้ตัว พูดไม่ได้ กรอกตาไปมาได้ มีปฏิกิริยาต่อแสงแต่ผู้ป่วยไม่รับรู้อะไร

5.3.3. การตายทั่วร่างกายหรือสิ้นชีวิต (Somaticdeath) การที่หัวใจ และการหายใจหยุดทำงานอย่างต่อเนื่องจน ไปสู่การตายของ เซลล์ร่างกายทั้งหมดจากการขาดออกซิเจน

6. การวินิจฉัยการตายโดยแพทย์

6.1. การประกาศโดยแพทย์สภา เรื่อง"เกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย" บุคคลที่ได้รับการวินิจฉัยว่าสมองตายถือว่าบุคคลนั้นได้ถึงแก่ความตาย สมองตายหมายถึงการที่แกนสมองถูกทาลายจนสิ้นสุดการทางานโดยสิ้นเชิง

7. เกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย

7.1. 1. ผู้ป่วยต้องไม่รู้สึกตัว (deeply comatose) โดยจะต้องแน่ใจว่าเหตุ ของการ ไม่รู้สึกตัวไม่ได้เกิดจาก พิษยา อุณหภูมิในร่างกายต่ำ สภาวะผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและเมตาโบลิก สภาวะ Shock 2. ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวอยู่ในเครื่องช่วยหายใจ 3. มีข้อวินิจฉัยสาเหตุที่ทาให้ไม่รู้สึกตัว 4. ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะครบตามเงื่อนไขที่กาหนดคือ -ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆได้เอง -ไม่มีรีแฟลกซ์ของแกนสมองทั้ง 6 ประการ -ไม่สามารถหายใจได้เอง -ถ้าพบสภาวะที่กล่าวข้างต้นนี้จะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นเวลาอย่างน้อย5ชั่วโมง

8. Postmortem change

8.1. การเปลี่ยนแปลงขณะตาย

8.1.1. ไม่รู้สึกตัว,ระบบหัวใจ/ระบบไหลเวียนหยุดทางาน,การอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ,การเกร็งของกล้ามเนื้อ

8.2. การเปลี่ยนแปลงในระยะแรก

8.2.1. ไม่มีปฏิกิริยาแห่งชีวิต,ไม่มีปฏิกิริยาของลูกตา

8.2.1.1. Supravitality : การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อลายที่ถูกกระตุ้นด้วยแรง Livor mortis : การตกตะกอนของเลือด Rigor mortis : การแข็งตัวของกล้ามเนื้อ Algor mortis : การลดลงของอุณหภูมิร่างกาย

8.3. การเปลี่ยนแปลงในระยะหลัง

8.3.1. 1. การเน่าของศพ 2. การกัดกินศพของตัวอ่อนแมลงและสัตว์กินเนื้อ 3. การเหลือแต่ซากกระดูก 4. การกลายสภาพเป็นมัมมี่ 5. การแข็งตัวของไขมัน

9. สีของจ้าเลือด

9.1. ชมพู : คาร์บอนมอนอกไซด์ แดง : ไซยาไนด์ น้าตาล : อะนีลีน,คลอเรต น้าเงินเขียว : ไฮโดรเจนซัลไฟต์

10. ปัจจัยที่มีผลต่อการเน่า

10.1. -อุณหภูมิและความชื้นของสภาพแวดล้อม -ภาวะของสุขภาพ -การกัดกินศพของตัวอ่อนแมลงและสัตว์กินเนื้อ

11. ลำดับการเน่า

11.1. • ลำไส้ กระเพาะอาหาร ตับ กล้ามเนื้อหัวใจ • ทางเดินหายใจ ได้แก่ หลอดลม ปอด • สมองและทางเดินประสาทส่วนหลัง • ไต กระเพาะปัสสาวะ ลูกอัณฑะ • กล้ามเนื้อของร่างกายทั่วๆ ไป • มดลูก ต่อมลูกหมาก