การรู้เท่าทันสื่อ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
การรู้เท่าทันสื่อ by Mind Map: การรู้เท่าทันสื่อ

1. การรู้เท่าทันสื่อ คือ ความสามารถป้องกันตนเองจากการถูกจูงใจจากเนื้อหาของสื่อการสามมารถวิเคราะห์เนื้อหาของสื่ออย่างมีวิจารณญาณ

2. ระดับของการรู้เท่าทันสื่อ

2.1. ระดับต้น

2.2. เน้นที่การรู้เท่าทันเจตนา ว่าเขามีจุดมุ่งหมายในการสื่อสารครั้งนั้นๆอย่างไร เจตนา หรือจุดมุ่งหมายนั้น จะให้คุณให้โทษแก่เราอย่างไร โดยอาศัยประสบการณ์ชีวิตและความรู้ทางจิตวิทยาการสื่อสารเข้ามาช่วย เพื่อให้เราวางท่าทีความสัมพันธ์กับเขาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และเพ่งไปที่ การรู้เท่าทันเจตนา ในฐานะที่เราเป็นผู้รับสาร การรู้เท่าทันการสื่อสาร ทั้งระดับต้นและระดับกลาง ยังเป็นทักษะแบบตั้งรับ คือมีปัญหามาก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือกับปัญหา สรุปเป็นคำสั้นๆว่า คิดทัน รู้ทัน และหยั่งรู้ได้

2.3. ระดับกลาง

2.4. เน้นที่การรู้เท่าทันกระบวนการสื่อสารครั้งนั้นๆ ทั้งกระบวนการ ได้แก่การรู้เท่าทันความหมายแท้จริงของสาร รู้เท่าทันเจตนาของผู้ส่งสารการรู้เท่าทันสื่อ รู้ผลกระทบ และผลสืบเนื่องของการสื่อสารครั้งนั้นๆ รู้เท่าทันการสื่อสารประเภทนั้นๆทั้งกระบวนการ ถามอย่างง่ายว่าการรู้เท่าทันการสื่อสาร ระดับต้น เราต้อง รู้ อะไร ตอบอย่างง่ายว่าต้องรู้ความหมาย รู้กระบวนการสร้างความหมาย รู้ผลอันเกิดจากความหมาย และรู้เจตนาที่ทำให้สื่อความหมายเช่นนั้นออกมา และเพ่งไปที่ การรู้เท่าทันกระบวนการสื่อสาร ในฐานะที่เราเป็นผู้รับสาร

2.5. ระดับสูง

2.5.1. เน้นที่ การรู้เท่าทัน ที่เกิดขึ้นในจิตใจ ของคนผู้นั้น ทั้งในฐานะที่เป็น ผู้ส่งสาร และเป็นผู้รับสาร คือ ไม่ว่าเราจะกำลังอยู่ในบทบาทของผู้ส่งสาร หรือผู้รับสาร ก็ตาม ทั้งสองบทบาทนั้น ก็ควรฝึกกระบวนการสื่อสารอย่างรู้เท่าทัน คือฝึก "ติดตาม - กำกับใจตนให้ทัน" ทุกครั้งที่สื่อสาร (ทั้งในฐานะผู้ส่งสาร และผู้รับสาร) ต้องถามตัวเองว่า เราเป็นใคร เราคิด หรือ กำลังทำอะไร ที่เราคิด หรือกำลังทำ นี้ เหมาะไหม ควรไหม ถ้าควร จะต่อไปอย่างไร ถ้าไม่ควร จะหยุดอย่างไร หรือจะเปลี่ยนไปทำอย่างไร

3. องค์ประกอบของการรู้เท่าทั้นสื่อ

3.1. 1.การเปิดรับสื่อ การเปิดรับการเข้าใจการวิเคราะห์สื่อสื่อสื่อคือ การรู้เท่าทันการเปิดรับสื่อของประสาทสัมผัส หู ตา จมูก ลิ้น สัมผัสของเรา ซึ่งเมื่อเปิดรับแล้วสมองจะสั่งการให้คิดและปรุงแต่งให้เกิดอารมณ์ต่างๆตามมา การรู้เท่าทันสื่อในขั้นของการรับรู้อารมณ์ตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแยกความคิดและอารมณ์ออกจากกัน และความคิดจะทำให้เรารับรู้ความจริงว่า“อะไรเป็นสิ่งที่สื่อสร้างขึ้น”

3.2. 2.การวิเคราะห์สื่อ คือ การแยกแยะองค์ประกอบในการนำเสนอของสื่อว่ามีวัตถุประสงค์อะไร

3.3. 3.การเข้าใจสื่อ คือ การตีความสื่อหลังจากเปิดรับสื่อไปแล้ว เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่สื่อนำเสนอ ซึ่งผู้รับสารแต่ละคนก็จะมีความเข้าใจสื่อได้ไม่เหมือนกันตีความไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ พื้นฐานการศึกษาคุณสมบัติในการเรียนรู้ ตลอดจนการรับรู้ข้อมูลของแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากันมาก่อน

3.4. 4.การประเมินค่า คือหลังการวิเคราะห์และทำความเข้าใจสื่อแล้ว เราควรประเมินค่าสิ่งที่สื่อนำสนอว่ามีคุณภาพและคุณค่ามากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหา วิธีนำเสนอเทคนิคที่ใช้

3.5. 5.การใช้สื่อให้เกิดประโยชน์ แม้เราจะสามารถวิเคราะห์ เข้าใจ และประเมินค่าสื่อได้ แต่เราไม่สามารถออกไปจากโลกของสื่อได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องปฏิบัติดังนี้ คือ - นำสิ่งที่เราวิเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ - เลือกรับสื่อเป็น - สามารถส่งสารต่อได้ - มีปฏิกิริยาตอบกลับสื่อได้

4. ผลกระทบของข้อมูลผิดพลาด

4.1. เทคโนโลยีสารสนเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับมนุษย์เป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ ย่อมเกิดผลกระทบทั้งในแง่บวกและแง่ลบ โดยแง่บวกจะมองเห็นได้ง่ายจากสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น ทำงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ส่วนด้านลบคือทำให้เกิดมลพิษ หรือถ้า เทคโนโลยีเหล่านั้นทำงานผิดพลาดในระบบสำคัญ ๆ อาจเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์ได้ ผลกระทบนี้ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตและการทำงานของมนุษย์หลาย ๆ ด้าน และต่อสถาบันที่ให้บริการสารสนเทศ ดังนี้ 1. ด้านการรักษาพยาบาล ระบบการรักษาพยาบาลทางไกล คนไข้สามารถใช้บริการของโรงพยาบาลโดยแพทย์ผู้เชียวชาญ สามารถพูดคุยกับคนไข้ทางจอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์เพื่อดูอาการ และวินิจฉัยโรคได้ 2. ด้านความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต 2.1 ระบบ “การซื้อสินค้าทางไกล (Tele Shopping ) เช่น การซื้อสินค้าบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การดูโฆษณาสินค้าบนระบบเครือข่าย ติดต่อสื่อสารกับผู้ขายเพื่อ ดูรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้า 2.2 ระบบธนาคารทางไกล(Tele-Banking ) ลูกค้าสามารถใช้บริการธนาคารได้ที่บ้าน เช่นการโอนเงิน การขอดูยอดคงเหลือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบของธนาคารที่ผู้นั้นใช้บริการอยู่ 2.3 ด้านความบันเทิง เช่นการเลือกชมภาพยนตร์ที่บ้านโดยใช้บริการ”Video on Demand “ หรือ ”การเลือกชมรายการภาพยนตร์ตามความสนใจ” 2.4 ด้านการศึกษา การเรียนการสอนทางไกล(Tele-Education ) 2.5 ด้านการติดต่อสื่อสาร การใช้ไปรษณีย์อิเลคทรอนิกส์(E-mail ) 2.6 ด้านการติดตามข้อมูล ความรู้ข่าวสารเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล ช่วยให้การเผยแพร่ความรู้ข่าวสารระหว่างกันเป็นไปอย่างรวดเร็ว 2.7 ด้านธุรกิจ ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ(Tele-Conference ) ทำให้ประหยัดเวลาเดินทางไม่ต้องไปร่วมประชุมในสถานที่เดียวกัน ในส่วนที่เป็นสถาบันบริการสารสนเทศ เช่น ห้องสมุด เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานห้องสมุด เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งโครงสร้างการดำเนินงาน การบริหาร และการจัดการ อาคารห้องสมุด และผู้ใช้ห้องสมุด