ทฤษฎีพัฒนาการ. (Development Theory)

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
ทฤษฎีพัฒนาการ. (Development Theory) by Mind Map: ทฤษฎีพัฒนาการ. (Development Theory)

1. • การให้ประสบการณ์แก่เด็กในการลงมือทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง

2. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของไวก็อตสกี้

2.1. ทฤษฎีของไวก็อตสกี้ได้จัดการเรียนรู้ เป็น 2ระดับ 1ระดับพัฒนาการที่เป็นจริง 2ระดับพัฒานาการที่สามารถจะเป็นไปได้

2.1.1. ระยะห่างระหว่างระดับพัฒนาการที่เป็นจริงและระดับพัฒนาการสามารถเป็นไปได้ เรียกว่าพื้นที่รอยต่อพัฒนาการ

2.1.1.1. พื้นที่รอยต่อพัฒนาการ เป็นบริเวณรอยต่อของความเข้าใจในเรื่องต่างๆ เ ด็กจะสามารถเข้าใจอะไรที่ยากเกินกว่าระดับทางสติปัญญาของตนเองได้ หากได้รับคำแนะนำปกติหรือชักจูงโดยใครบางคนที่มีสติปัญญาที่ดีกว่า

2.1.1.2. การเรียนรู้ในพื้นที่รอยต่อพัฒนาการ การเรียนรู้นำไปสู่พัฒนาการที่ดีขึ้นการพัฒนาการเกิดจากการเรียนรู้ มโนทัศน์ 2 ประเภทคือ มโนทัศน์โดยธรรมชาติและมโนทัศน์ที่เป็นระบบ

2.2. การนำไปใช้ในการจัดการเรียน การสอน

2.2.1. • สนับสนุนในสิ่งที่เด็กคิดอยากจะทำ

2.2.2. • การบอกเล่าประสบการณ์ หรือ ทำให้เห็น

2.2.3. • การจัดทำสื่อในการจัดการเรียน การสอน ให้อำนวยความสะดวก ให้การช่วยเหลือ แนะนำแก่เด็ก

3. ทฤษฎีพัฒนาการทาสติปีญญาของเพียเจต์

3.1. พัฒนาการเป็นสิ่งที่เป็นเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ควรที่จะเร่งเด็กให้ข้ามจากพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปอีกขั้นหนึ่ง ไปสู่อีกขั้นหนึ่ง เพราะจำทำให้เกิดผลเสียเเก่เด็ก เเต่การจัดประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในช่วงที่เด็กกำลังพัฒนาไปสู่ขั้นที่สูงกว่าสามารถช่วยให้เด็กพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

3.2. การนำไปใช้ในการจัดการศึกษา / การสอน

3.2.1. 1.การสอนที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนควรดำเนินการดังต่อไปนี้ -ถามคำถามมากกว่าการให้คำตอบ -ครูผู้สอนควรจะพูดให้น้อยลง และฟังให้มากขึ้น -ควรให้เสรีภาพแก่นักเรียนที่จะเลือกเรียนกิจกรรมต่าง ๆ -ยอมรับความจริงที่ว่า นักเรียนแต่ละคนมีอัตราพัฒนาการทางสติปัญญาที่แตกต่างกัน

3.2.2. 2.ในขั้นประเมินผล ควรดำเนินการสอนต่อไปนี้ -มีการทดสอบแบบการให้เหตุผลของนักเรียน -พยายามให้นักเรียนแสดงเหตุผลในการตอนคำถามนั้น ๆ -ต้องช่วยเหลือนักเรียนทีมีพัฒนาการทางสติปัญญาต่ำกว่าเพื่อร่วมชั้น

4. ทฤษฎีทางสติปัญญาของบรุนเนอร์

4.1. เน้นความสำคัญของสิ่งเเวดล้อม วัฒนธรรมที่มีผลต่อการพัฒนาทางสติเเละปัญญา

4.1.1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีอิสระ ได้มีความคิดสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมในกิจกรรม

4.2. แนวคิดการเรียนรู้ด้วยการค้นพบด้วยตัวเอง

4.2.1. สร้างเเรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ อยากทดลอง ลงมือทำ

4.3. การจัดทำสื่อการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้น เด็กให้เข้าใจเเละเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

4.3.1. โครงสร้างบทเรียนต้องให้สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน

4.3.2. การสอนความคิดรวบยอด สรุปให้กับผู้เรียน เป็นสิ่งจำเป็น

5. ทฤษฎีจิตสังคมของอีริคสัน

5.1. เน้นพัฒนาการทางบุคลิกตั้งแต่เกิดจนถึงวัยชรา

5.1.1. เน้นการควบคุมตนอง ความคิดและการรู้จักตนเอง

5.1.2. เน้นการสร้างฐานแต่ละฐานให้แข็งแรงตั้งแต่ขั้นแรกจนถึงขั้นสุดท้าย

5.2. ทฤษฎีที่นำมาใช้คือ การอุตสาหะกับปมด้อย (Industry vs Inferiority) 6-12ปี เนื่องจากวัยนี้มีพัฒนาการด้านสติปัญญาและร่างกายอยู่ในขั้นที่มีความต้องการไม่เคยว่าง

5.2.1. เพื่อนจึงมีความหมายมากเพราะวัยนี้ชอบการทำงานการเปรียบเทียบ

5.2.2. เด็กวัยนี้ชอบกิจกรรมที่จะต้องการใช้ความคิด ความสามารถของตัวเอง

5.3. การนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน

5.3.1. 1.ควรจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้เอกลักษณ์ของตัวเอง

5.3.2. 2.ควรจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเรียนเกี่ยวกับความใกล้ชิดกับคนใกล้ตัว

5.3.3. 3.เน้นการแสดงออกในด้านความคิด สติปัญญา ความสามารถและให้อิสระเด็ก

5.3.4. 4.ให้เด็กสร้างผลงานต่างๆด้วยตนเอง ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง

5.3.5. 5.ให้เด็กทดลองหรือเรียนรู้ภายในคาบเรียนว่าเด็กมีความชอบหรือความสนใจในด้านไหน

5.3.6. 6.การทำงานกลุ่มหรือกิจกรรมกลุ่มให้เด็กแต่ละคนมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในของตนเองเพื่อส่งเสริมให้เด็กรู้สึกมีส่วนร่วมในสังคม

6. ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์

6.1. พฤติกรรมของบุคคลเป็นผลมาจากแรงจูงใจหรือแรงขับพื้นฐานที่กระตุ้นให้บุคคลมีพฤติกรรม คือ สัญชาตญาณทางเพศ 2 ลักษณะคือ 1. สัญชาตญาณเพื่อการดำรงชีวิต 2. สัญชาตญาณเพื่อความตาย

6.2. ทฤษฎีพัฒนาการทางเพศของซิกมันด์ฟรอยด์

6.2.1. 1. เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เด็กมีการพัฒนาการด้านบุคลิกภาพที่เหมาะสมได้ เพราะหากเด็กมีปัญหาในแต่ละขั้นของพัฒนาการก็จะมีบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น เด็กเกิดการชะงักที่ขั้นปาก ก็จะส่งผลต่อเด็กเมื่อโตขึ้น เช่น สูบบุหรี่

6.2.2. 2. ในขั้นอวัยวะเพศ เด็กเริ่มมีการสนในและเรียนรู้เรื่องของแตกต่างด้านเพศ เพราะฉะนั้นต้องให้ความรู้ด้านเพศที่ถูกต้องแก่เด็ก หากเด็กไม่ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง หรือขาดต้นแบบที่ดีอาจทำให้เด็กเกิดการสับสนทางเพศ

6.2.3. 3. ครูผู้สอนสามารถนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศที่ถูกต้อง -เริ่มมีการสอนในเรื่องของบทบาทในสังคมที่ถูกต้อง -ในขั้นของเพศครูก็ควรหากิจกรรมเสริมต่างๆ ให้นักเรียนได้ทำ เช่น กิจกรรมกีฬา กิจกรรมดนตรี เป็นต้น เพื่อไม่ให้เด็กหมกมุ่นแต่ในเรื่องเพศ

7. ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของกีเซลล์

7.1. ทฤษฎีวุฒิภาวะ

7.1.1. วุฒิภาวะเป็นปรากฏการณ์ที่กำเนิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบโดยไม่เกี่ยวโยงกับสิ่งเร้าภายนอก

7.2. เกณฑ์พัฒนาการ

7.2.1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว

7.2.2. พฤติกรรมทางการปรับตัว

7.2.3. พฤติกรรมทางด้านภาษา

7.2.4. พฤติกรรมทางสังคม-ตัวบุคคล

7.2.5. New Topic

7.3. ทฤษฎีพัฒนาการ

7.3.1. 1.ทิศทางของพัฒนาการ

7.3.1.1. พัฒนาการอวัยวะเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบตามเเนวนอนเเละเเนวขวาง

7.3.2. 2.การพัฒนาตามเเนวนอนเเละเเนวขวาง

7.3.2.1. เเนวนอน ร่างกายเจริญตามีเเนวนอนจากบนส่วนศีรษะลงส่วนล่างของร่างกาย

7.3.2.2. เเนวขวาง ร่างกายเจริญจากกลางลำตัวออกไปด้านข้าง

7.3.3. 3.พัฒนาการมีความสัมพันธ์กัน

7.3.3.1. ถ้าพฤติกรรมชนิดหนึ่งเจริญสูงอยู่อีกอย่างจะหยุดชะงัก

7.3.4. 4.พัฒนาการมีการใช้กิจกรรมร่วมกัน

7.3.4.1. การเปลี่ยนแปลงจากกิจกรรมรวมไปสู่กิจกรรมเฉพาะ

7.3.5. 5.การพัฒนาต่างๆล้วนเป็นผลมาจากวุฒิภาวะ

7.3.5.1. การเจริญเติบโตไม่เท่ากัน หรือไม่เหมือนกัน เกิดจากความเเตกต่างของวุฒิภาวะ

7.4. การนำมาใช้

7.4.1. คำนึงให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะของเด็ก จะดีเมื่อเด็กมีความพร้อม อย่าบังคับเด็กขณะไม่มีความพร้อมจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าเด็กที่มีความพร้อม

8. ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก

8.1. พัฒนาการ

8.1.1. 1.เริ่มมีจริยธรรม(อายุ2-10ปี)ทำตามสังคมกำหนดว่าดีหรือไม่ดีและมองผลการกระทำว่าได้รับความเจ็บปวดหรือพึงพอใจและจะทำตามกฎเกณฑ์ของผู้มีอำนาจ

8.1.1.1. ระดับการพัฒนาการ

8.1.1.1.1. ขั้นที่1(2-7ปี) เคารพเพื่อหลีกการลงโทษ

8.1.1.1.2. ชั้นที่2(7-10ปี) แสวงหารางวัล ความพอใจเท่านั้น สิ่งที่ตอบสนองความต้องการของตนเอง

8.1.2. 2.มีจริยธรรมตามกฎเกณฑ์และประเมินนิยม(อายุ10-16ปี)เริ่มทำตามความคาดหวังของครอบครัว สังคมและประเทศชาติ เป็นคนด้อยโอกาส หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ

8.1.2.1. ระดับพัฒนาการ

8.1.2.1.1. ขั้นที่3(10-13ปี)ทำตามผู้เห็นชอบ

8.1.2.1.2. ขั้นที่4(13-16ปี)ทำตามหน้าที่ทางสังคม

8.1.3. 3.มีจริยธรรมของตนเองอายุ16ปีขึ้นไปพยายามทำต่างไปจากกฎเกณฑ์สังคม

8.1.3.1. ระดับพัฒนาการ

8.1.3.1.1. ขั้นที่5 (16ปีขึ้นไป)คำนึงกฎที่เป็นประโยชน์ของสังคมและยอมรับกฎประชาธิปไตย

8.1.3.1.2. ขั้นที่6 (วัยผู้ใหญ่)จะตัดสินความถูกผิดจากสามัญสำนึกของตนเอง

8.2. การนำไปใช้ในการเรียนการสอน

8.2.1. พยายามสอนเด็กให้เด็กสามารถใช้สติปัญญาเป็นเครื่องตัดสินสิ่งต่างๆมากกว่าการไม่มีเหตุผล