การศึกษาไทยกับการศึกษากัมพูชาแตกต่างกันอย่างไร

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
การศึกษาไทยกับการศึกษากัมพูชาแตกต่างกันอย่างไร by Mind Map: การศึกษาไทยกับการศึกษากัมพูชาแตกต่างกันอย่างไร

1. 3. การศึกษาประเทศไทย นักเรียนทุกคนเรียนทั้งวันจากวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนการศึกษากัมพูชานักเรียนทุกคนเรียนแค่ครึ่งวันคือช่วงเช้า จากวันจันทร์ถึงวันเสาร์ หรือบางสถานศึกษาสลับกันเรียนเป็นสองช่วง นักเรียนที่เรียนช่วงเช้าจะกลับบ้านช่วงเที่ยง ส่วนนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งต้องมาเรียนต่อในช่วงบ่าย โดยไม่จำเป็นต้องมาในช่วงเช้า

2. 4.นักเรียนของไทยมีชั่วโมงเรียนมากกว่านักเรียนกัมพูชา โดยนักเรียนกัมพูชาเรียนแค่วันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง

3. 1. ระบบการศึกษาของไทยใช้ระบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management) ซึ่งสถานศึกษามีอำนาจในการตัดสินใจเองในการบริหารจัดการศึกษาและอื่นๆ ฉะนั้นเห็นว่าสถานศึกษาต่างๆ ของไทย มีการจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพและนโยบายของสถานศึกษาเหล่านั้น ขณะที่การจัดการศึกษาของประเทศกัมพูชานั้นใช้รูปแบบการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ซึ่งสถานศึกษาเป็นสถานที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ศูนย์กลางจัดมาให้เหมือนกันทั่วประเทศ

4. 2. ถึงแม้ว่าการจัดการศึกษาของไทยกับกัมพูชาใช้ระบบ 6/3/3 เหมือนกันก็ตาม แต่ประเทศไทยใช้ระบบ Grade คือนักเรียนทุกคนต้องผ่านทุกวิชาถึงจะจบหลักสูตรได้ และไม่มีการให้นักเรียนซ้ำชั้น ส่วนข้อสอบนั้นสถานศึกษาเป็นผู้ออกข้อสอบเองทุกระดับชั้น แต่กัมพูชาจัดการการศึกษาโดยใช้ระบบ Percent ซึ่งนักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องสอบผ่านทุกวิชาก็ได้แค่คะแนนรวมผ่านเกณฑ์ที่ศูนย์กลางกำหนดถือว่าผ่าน ส่วนข้อสอบ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นข้อสอบกลางจากกระทรวง ต้องจัดสอบพร้อมกันทั่วประเทศ นักเรียนทุกคนมีสิทธิซ้ำชั้นได้ถ้าหากว่าสอบไม่ผ่าน

5. 7. ผู้บริหารสถานศึกษาของไทยสามารถออกใบประกาศสำเร็จการศึกษาให้กับนักเรียนได้ทุกคน แต่ผู้บริหารสถานศึกษาของกัมพูชาไม่สามารถออกใบประกาศสำเร็จการศึกษาให้กับนักเรียนได้ สำหรับใบประกาศสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ออกให้ ส่วนใบประกาศสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องออกให้โดยกระทรวงอบรม เยาว์ชน และกีฬา เท่านั้น

6. 5. การจัดการศึกษาของไทยในระดับล่างแบ่งออกเป็นสำนักงานประถมศึกษา และสำนักงานมัธยมศึกษา โดยหนึ่งจังหวัดมีหลายสำนักงานแบ่งกันดูแลการศึกษาของจังหวัดนั้น ส่วนกัมพูชานั้นมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดละหนึ่งแห่งที่ดูแลการจัดการศึกษาทุกระดับในจังหวัดนั้น และในแต่ละอำเภอมีสำนักงานศึกษาธิการอำเภอหนึ่งแห่งที่ดูแลการจัดการศึกษาในอำเภอนั้น

7. 6. ผู้ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาของไทยต้องผ่านการสอบคัดเลือก ถ้าผ่านแล้วสามารถเป็นผู้บริหารสถานศึกษาตลอดจนเกษียณอายุราชการ ส่วนกัมพูชาผู้ที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาต้องผ่านการคัดเลือกจากบุคลากรครูในสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ และมีบางคนเป็นผู้บริหารด้วยการแต่งตั้งจากสำนักงานศึกษาธิการอำเภอหรือจังหวัด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง ถ้าหากย้ายไปปฏิบัติงานที่สถานศึกษาอื่น อาจไม่ได้เป็นผู้บริหารสถานศึกษาอีก