น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2554 กลุ่มที่ 13

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2554 กลุ่มที่ 13 by Mind Map: น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2554 กลุ่มที่ 13

1. สาเหตุ

1.1. ปัจจัยทางธรรมชาติ

1.1.1. ฤดูฝนที่มาเร็วมากกว่าปกติ

1.1.1.1. ปรากฏการณ์ลานีญา

1.1.1.2. พายุ

1.1.1.2.1. ไหหม่า

1.1.1.2.2. นกเตน

1.1.1.2.3. ไห่ถาง

1.1.1.2.4. เนสาด

1.1.1.2.5. นาลแก

1.1.1.3. ร่องมรสุมและลมประจำถิ่น

1.1.2. น้ำไหลลงเขื่อนสะสมเกินปริมาณขีดจำกัด

1.1.3. น้ำทะเลหนุนสูง

1.2. ปัจจัยทางกายภาพ

1.2.1. โครงสร้างน้ำไม่ยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ฝน

1.2.2. ป่าไม้มีจำนวนและคุณภาพลดลง

1.2.3. สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ

1.2.4. ประตูระบายน้ำถูกกัดเซาะ

1.2.5. สะพานหลายแห่งเป็นปัญหาต่อการระบายน้ำ

1.2.5.1. ขนาดตอม่อขนาดใหญ่

1.2.5.2. ช่องสะพานขวางทางน้ำ

1.2.6. ระบบโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมมีประสิทธิภาพลดลง

1.2.6.1. การทรุดตัวของพื้นที่

1.2.6.2. ขาดการบำรุงรักษา

1.2.6.3. การใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนไป

1.3. ปัจจัยทางด้านการบริหารจัดการน้ำ

1.3.1. ปัญหาการบริหารการระบายผ่านแนวรอยต่อ

1.3.2. ประชาชนและองค์กรส่วนย่อยสร้างพนังและคันกั้นน้ำของตนเอง

1.3.3. การผันน้ำออกของแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เป็นไปตามศักยภาพสูงสุด

1.3.3.1. น้ำไหลเข้าสู่จังหวัดอยุธยา

1.3.3.1.1. ปทุมธานีอยู่ในจุดภูมิศาสตร์เป็นจังหวัดติดกับอยุธยาได้รับการระบายน้ำเป็นพื้นที่ถัดจากอยุธยา

2. ผลกระทบ

2.1. ด้านกายภาพ

2.1.1. น้ำเน่าเหม็น

2.1.1.1. เชื้อโรคสิ่งปฏิกูล

2.1.1.2. สัตว์มีพิษ

2.1.1.3. โรคภัย

2.1.1.3.1. โรคฉี่หนู

2.1.1.3.2. น้ำกัดเท้า

2.1.1.3.3. ไข้เลือดออก

2.1.2. ผู้เสียชีวิต

2.1.2.1. ไฟดูด

2.1.2.2. จมน้ำ

2.1.2.3. ขาดอาหาร

2.1.3. อันตรายจากสิ่งของที่น้ำพัดมา

2.1.4. ขาดการช่วยเหลือที่ทั่วถึง

2.2. ด้านการศึกษา

2.2.1. เลื่อนเปิด/ปิดเทอม

2.2.2. สถานศึกษา โรงเรียนเสียหาย

2.2.3. อุปกรณ์การเรียนเสียหาย

2.2.4. เลื่อนการสอบต่างๆ ยกเลิกจัดตั้งเป็นสนามสอบทั้งระดับประเทศและในพื้นที่

2.3. ด้านจิตใจ

2.3.1. วิตก

2.3.2. หวาดกลัว

2.3.3. ฆ่าตัวตาย

2.3.4. เครียดจากสถานการณ์น้ำท่วม พิษเศรษฐกิจ

2.4. ด้านเศรษฐกิจ

2.4.1. โรงงาน สถานประกอบการต่างๆ เสียหาย

2.4.2. เศรษฐกิจขยายตัวลดลง

2.4.3. การจ้างงานลดลง

2.4.4. การผลิตบางส่วนหยุดชะงักชั่วคราว

2.4.5. ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการซ่อมแซมบ้าน

2.4.5.1. อัตราการกู้เงินสูงขึ้น

3. พื้นที่

3.1. ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดปทุมธานีมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่ากลาง ทำให้พื้นที่จังหวัดปทุมธานีถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในพ.ศ. 2544 มีพื้นที่น้ำท่วม 0.879 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทั้งหมด 7 อำเภอ และ 340 หมู่บ้าน ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศภัยพิบัติ 2 อำเภอ คือ อ.สามโศก และ อ.เมืองปทุมธานี

4. แนวทางการรับมือ

4.1. รัฐบาล

4.1.1. การกระจายข่าวสาร

4.1.1.1. ประกาศภาวะภัยพิบัติฉุกเฉินทั่วประเทศ

4.1.1.2. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ประสานงานเตือนภัยในจังหวัด

4.1.2. การบริหารจัดการน้ำ

4.1.2.1. สส.เยี่ยมราษฎรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่

4.1.2.2. จัดเรือขับดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเล

4.1.2.3. แผนการระบายน้ำออกจากเขื่อน

4.1.2.4. จัดสรรงบให้จังหวัดปทุมธานีในการจัดการน้ำท่วม

4.1.2.5. จัดตั้งแผนโครงการว่างระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555

4.1.2.5.1. ก่อนน้ำท่วม

4.1.2.5.2. ระหว่างน้ำท่วม

4.1.2.5.3. หลังน้ำท่วม

4.1.3. การเยียวยา

4.1.3.1. การประปานครหลวงผ่อนผันการชำระค่าน้ำประปา

4.1.3.2. การไฟฟ้านครหลวงผ่อนผันการชำระค่าไฟฟ้า

4.1.3.3. จ่ายเงินเยียวยา จำนวน 5,000 บาท ต่อครอบครัว

4.1.3.4. มอบสิ่งของยังชีพให้กับประชาชน

4.1.3.5. คณะกรรมการอุดมศึกษาให้ความช่วยเหลือ

4.1.3.5.1. นโยบายผ่อนผันค่าเทอมทั้งระดับมัธยมและอุดมศึกษา

4.1.3.5.2. จัดตั้งศูนย์สำรวจนักเรียนที่ Admission ในปี พ.ศ. 2554

4.1.3.5.3. โครงการช่วยเหลือฟื้นฟูครอบครัวครู

4.1.3.5.4. จ่ายเงินเยียวยาให้แก่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย

4.2. ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

4.2.1. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

4.2.1.1. ประเมินสถานการณ์จากปริมาณน้ำฝน

4.2.1.2. ติดตาม ตรวจสอบปริมาณน้ำและศักยภาพในการรับน้ำของเขื่อน

4.2.1.2.1. เขื่อนป่าสัก

4.2.1.2.2. เขื่อนเจ้าพระยา

4.2.2. เตรียมรับมือและระบายน้ำ

4.2.2.1. จัดทำศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

4.2.2.1.1. ศูนย์กลางการจัดหาสนับสนุน

4.2.2.1.2. ศูนย์พักพิง

4.2.2.2. การดำเนินการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงให้กับคนภายในจังหวัด

4.2.2.2.1. เรือเล็ก/เรือยาง

4.2.2.2.2. ถุงยังชีพ

4.2.2.2.3. ลงพื้นที่ช่วยเหลือ จิตอาสาแจกจ่ายของช่วยเหลือผู้ประสบภัย

4.2.2.3. แผนการระบายน้ำออกจากเขื่อนหากเกินขีดจำกัด

4.2.2.4. ระบบสูบน้ำ

4.2.2.4.1. ชลประทาน

4.2.2.4.2. กระจายตัวตามพื้นที่ต่างๆ

4.2.2.5. คันกั้นน้ำ กระสอบทราย Barrier

4.2.2.5.1. พื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะน้ำท่วมสูง

4.2.2.6. อพยพหากเกิดสถานการณ์วิกฤต

4.2.3. การกระจายข่าวสารให้ทั่วถึง

4.2.3.1. ออกประกาศอย่างเป็นทางการ

4.2.3.2. เตรียมช่องทางการสื่อสารกับประชาชน

4.2.3.2.1. Facebook Fanpage

4.2.3.2.2. เบอร์โทรฉุกเฉิน

4.2.3.3. ข่าวสารที่ประชาชนต้องทราบ

4.2.3.3.1. สถานการณ์แบบ Real Time

4.2.3.3.2. หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน

4.2.3.3.3. Website ติดตามสถานการณ์น้ำ

4.2.3.3.4. Application

4.2.3.3.5. การเตรียมตัวเบื้องต้น

4.2.3.3.6. ความปลอดภัย

4.3. ประชาชน

4.3.1. สังเกตทิศทางน้ำ

4.3.1.1. อพยพ หากน้ำท่วมสูงหรือสถานการณ์วิกฤต

4.3.2. ดูแลผู้ป่วย คนชรา เด็ก สัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัย

4.3.3. กักตุนอาหาร ยา และของใช้จำเป็น

4.3.4. ขนของมีค่าสำคัญไว้บนที่สูง

4.3.5. ปิดระบบไฟฟ้า

4.3.6. สร้างคันกั้นน้ำในตัวบ้าน

4.3.6.1. ปูน

4.3.6.2. กระสอบทราย

5. แนวทางการพัฒนา

5.1. นักวิชาการ

5.1.1. การแก้ปัญหาเชิงกายภาพ

5.1.1.1. นักสังคมศาสตร์

5.1.1.1.1. ประเมินผลกระทบทางสังคมและความเสี่ยงจากสังคมจากน้ำท่วม

5.1.1.2. นักสำรวจ

5.1.1.2.1. ออกสำรวจ

5.1.1.3. นักวิชาการสิ่งแวดล้อม

5.1.1.3.1. กำจัดขยะและวัชพืช

5.1.1.3.2. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากพื้นที่ต้นน้ำ

5.1.1.3.3. เปรียบเทียบข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง

5.1.1.4. นักผังเมือง

5.1.1.4.1. สร้างคันกั้นน้ำ

5.1.1.4.2. วางแผนก่อสร้างเขื่อนประตูระบายน้ำเพิ่มเติม

5.2. นโยบายภาครัฐ

5.2.1. ทบทวนแผนป้องกันระดับชาติ ควรเพิ่มหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันบริหารเป็นศูนย์กลางเพิ่มขึ้น

5.2.2. วางแผนนโยบายและดำเนินการด้านการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัยเพื่อใช้ในการประสานงานระหว่างประชาชนกับหน่วยงานกลางต่อไป

5.2.3. สนับสนุนงบประมาณและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถมีความรู้ในการป้องก้นเบื้องต้นในช่วงฤดูหน้าฝนและน้ำหลาก

5.2.4. ทบทวนระบบจัดการน้ำในภาพรวม

5.2.4.1. ในแต่ละช่วงเวลา

5.2.4.2. น้ำในเขื่อน

5.2.4.3. น้ำในทุ่ง

5.2.4.4. การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน

5.2.4.4.1. ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้มีความเที่ยงตรง

5.2.4.4.2. คัดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

5.2.5. การกำหนดผังเมือง

5.2.5.1. ควบคุมการใช้ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง

5.2.5.1.1. ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะน้ำท่วมสูง

5.2.5.1.2. กฎควบคุมการใช้อาคารต่างๆ

5.3. เชิงปฏิบัติ

5.3.1. ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน สร้างความเข้าใจในมุมมองของประชาชนมากขึ้น โน้มน้าวให้เห็นถึงความสำคัญและความวิกฤตของสถานการณ์น้ำท่วมและวิธีการอพยมให้ประชาชนทราบ

5.3.2. มีองค์กรที่เป็นหน่วยงานกลางในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์หรือจัดงานสัมมนาในชุมชนโดยตรง

5.3.2.1. สร้างเสริมศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนให้มีความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติ

5.3.3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีการจัดเวทีในการเปิดรับฟังเสียงของประชาชนให้แสดงความคิดเห็นร่วมกันในการบริหารของหน่วยงานของภาครัฐ และผู้ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์อุทกภัย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุง พัฒนาและจัดการป้องกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

5.3.4. ศึกษากรณีการจัดการน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ในโครงการ Delta Works แล้วนำมาปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์และพื้นที่ต่างๆในประเทศ

5.3.4.1. การอยู่ร่วมกับน้ำ

5.3.4.1.1. ทำให้เขตราบลุ่มน้ำมีระดับต่ำลง

5.3.4.1.2. ย้ายคันกั้นน้ำจากเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำให้ออกจากแม่น้ำมากขึ้น เพื่อขยายพื้นที่ของแม่น้ำ

5.3.4.1.3. ลดระดับสิ่งก่อสร้างที่ยื่นเข้าไปในน้ำเพื่อป้องกันคลื่น เพื่อให้น้ำไหลได้เร็วขึ้น

5.3.4.1.4. เปรียบเทียบข้อมูลระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง

5.3.4.1.5. นำสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งกีดขวางทางไหลของน้ำออก เพื่อเพิ่มความเร็วของอัตราการไหลของน้ำให้มีการระบายออกให้เร็วขึ้น

5.3.4.1.6. สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

5.3.4.1.7. สร้างช่องทางระบายน้ำในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแยกออกจากแม่น้ำสายหลักเพื่อระบายน้ำท่วมส่วนเกิน

5.4. ประชาชน

5.4.1. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ

5.4.2. ปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ

5.4.2.1. ทำพื้นที่สำหรับการรับช่วยเหลือ

5.4.2.2. สร้างคันกั้นน้ำ

5.4.2.3. ยกระดับบ้านขึ้นที่สูง

5.4.3. สร้างกลุ่มกระจายข่าวสารเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์