การสื่อสารด้วยภาษาไทย

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
การสื่อสารด้วยภาษาไทย by Mind Map: การสื่อสารด้วยภาษาไทย

1. การออกเสียงคำ

1.1. การออกเสียงพยัญชนะ

1.1.1. ๑.พยัญชนะเดี่ยว

1.1.1.1. เสียง |ช| คล้านเสียง /sh/ ในภาษาอังกฤษ อักษรแทนเสียงคือ ฉ ช ฌ

1.1.1.2. เสียง |ซ| คล้ายเสียง /s/ ในภาษาอังกฤษ อักษรแทนเสียงคือ ศ ส ษ ซร ทร ศร สร

1.1.1.3. เสียง |ร| เป็นการสะบัดปลายลิ้นลงอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว อักษรแทนเสียงคือ ร ฤ หร

1.1.1.4. เสียง |ล| เป็นการยกปลายลิ้นไปแตะปุ่มเหงือกแล้วปล่อยลมออกมาข้างลิ้น อักษรแทนเสียงคือ ล ฬ หล

1.1.1.5. ๒.พยัญชนะควบกล้ำ

1.1.1.5.1. พยัญชนะควบ ร เช่น เกริก ใคร ขรึม จันทรา

1.1.1.5.2. พยัญชนะควบ ล เช่น ปลอบ ปลอม กลอง กลาง

1.1.1.5.3. พยัญชนะควบ ว เช่น กวาด ขวิด ขวาน ขว้าง

1.1.2. การออกเสียงสระ

1.1.2.1. ๑.ออกเสียงสระเสียงยาวเป็นสระเสียงสั้นเมื่อเป็นคำที่ไม่เน้น ส่วนมากอยู่ระหว่างประโยค

1.1.2.1.1. เช่น ฝนตก|อีก|แล้ว ถ้าเป็นคำที่เน้น ส่วนมากอยู่ท้ายประโยคออกเสียงยาว เช่น ฉันจะมาหา|อีก|

1.1.2.1.2. ๒. ออกเสียงสระเสียงยาวถึงแม้เป็นสระเสียงสั้นเมื่อเป็นคำที่ทำหน้าที่สำคัญ

1.1.3. การออกเสียงวรรณยุกต์

1.1.3.1. ๑.วรรณยุกต์ระดับ : ระดับเสียงค่อนข้างคงที่ตลอดพยางค์ ได้แก่ สามัญ เอก ตรี

1.1.3.2. ๒.วรรณยุกต์เปลี่ยนระดับ : ระดับเสียงเปลี่ยนมากระหว่างต้นพยางค์กับท้ายพยางค์ ได้แก่ โท จัตวา

1.1.4. การลงเสียงหนักเบา

1.1.4.1. ๑.คำสองพยางค์ : มักลงเสียงหนักที่พยางค์ที่ ๒

1.1.4.2. ๒.คำสามพยางค์ : มักลงเสียงหนักที่พยางค์ที่ ๓ และอาจลงเสียงหนักที่พยางค์ที่ ๑ หรือ พยางค์ที่ ๒ ในกรณีที่พยางค์นั้นๆมีเสียงสระเสียงยาว หรือเสียงพยัญชนะสะกด

1.1.4.3. ๓.คำสี่พยางค์ : มักลงเสียงหนักที่พยางค์ที่ ๔ และอาจลงเสียงหนักที่กวางที่ ๒ และพยางค์ที่ ๔ หรือพยางค์ที่ ๑ และพยางค์ที่ ๔

1.1.4.4. ๔.คำหลายพยางค์ : มักลงเสียงหนักที่พยางค์สุดท้ายของคำ

1.1.4.5. ๕.คำที่ทำหน้าที่หลักของประโยค : คำที่ไม่ลงเสียงหนักมักได้แก่คำที่ใช้แทนคำอื่น ขยายคำอื่น หรือบอกความสัมพันธ์กับคนอื่น

1.1.4.6. ๖.ลงเสียงหนักตรงคำที่แสดงเจตนาเป็นพิเศษ

2. การอกเสียงคำ

2.1. การออกเสียงคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต

2.1.1. ๑.การออกเสียงสระแต่ละพยางค์

2.1.2. ๒.การออกเสียงสระอะตรงท้ายตัวสะกด

2.1.3. ๓.การออกเสียงพยางค์ท้ายคำ

2.1.4. ๔.การออกเสียงคำสมาส

2.1.5. ๕.การออกเสียงคำอย่างอักษรนำ

2.1.6. การออกเสียงคำแผลง

2.1.6.1. พยัญชนะต้นเป็นอักษรควบหรืออักษรนำส่วนมากมาจากภาษาเขมร พยางค์หลังมักออกเสียงวรรณยุกต์ตามคำเดิม

3. การสะกดคำ

3.1. การใช้พยัญชนะ

3.1.1. ๑.การแบ่งพยัญชนะ

3.1.1.1. -พยัญชนะกลาง : ใช้ได้ทั่วไป มี๒๑ตัว คือ ก ข ค ง จ ฉ ช ต ถ ท น ป ผ พ ม ย ร ล ว ส ห

3.1.1.2. -พยัญชนะเดิม : ใช้สำหรับคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตและคำไทยแท้บางคำ มี ๑๓ ตัว คือ ฆ ฌ ญ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ฬ ศ ษ

3.1.1.3. -พยัญชนะเติม : ใช้เขียนคำไทยแท้เป็นส่วนมาก คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตบางคำ และคำที่มาจากภาษาอื่นๆ มี ๑๐ ตัว คือ ข ฅ ซ ฎ ด บ ป ฟ อ ฮ

3.1.1.4. ๒.ประโยชน์จากการแบ่งพยัญชนะ

3.1.1.4.1. (๑) การใช้พยัญชนะต้น

3.1.1.5. -คำที่มาจากภาษาอื่น : นอกจากภาษาบาลีสันสกฤต ส่วนมากใช้พยัญชนะกลางและพยัญชนะเติม

3.1.2. คำที่ประวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์

3.1.2.1. ๑.คำที่ประวิสรรชนีย์

3.1.2.1.1. -คำไทยแท้ที่ออกเสียงสระอะเต็มมาตรา หรือไม่เต็มมาตรา ทุกพยางค์ในคำ เมื่อไม่มีพยัญชนะสะกดส่วนมากประวิสรรชนีย์

3.1.2.1.2. -พยางค์ท้ายคำที่ออกเสียงสระอะ ส่วนมากเป็นคำมาจากภาษาอื่น ให้ประวิสรรชนีย์ที่พยางค์ที่ออกเสียง อะ

3.1.2.1.3. -คำกร่อน : คำเสียงสระอะ ที่กลายเสียงมาจากคำอื่นที่มีตั้งแต่ ๒ พยางค์ขึ้นไป ให้ประวิสรรชนีย์ที่พยางค์ที่ออกเสียง อะ

3.1.2.1.4. -คำที่มาจากภาษาอื่น ยกเว้นภาษาบาลีสันสกฤต ประวิสรรชนีย์ตรงพยางค์ที่ออกเสียงสระอะเต็มมาตรา

3.1.2.1.5. -พยางค์ต้นคำหรือกลางคำที่เป็นพยัญชนะควบ กร คร ซร ตร ปร พร สร เมื่อออกเสียงสระอะ ส่วนมากประวิสรรชนีย์

3.1.2.1.6. -คำอัพภาส : หรือคำซ้ำอังษรหน้าศัพท์ คำซ้ำหรือซ้อนพยัญชนะหน้าศัพท์ออกเสียงสระอะ ประวิสรรชนีย์

3.1.2.1.7. ๒.คำที่ไม่ประวิสรรชนีย์

3.1.3. การใช้ ำ ัม -รรม ไ- ใ- ัย

3.1.3.1. ๑.การใช้ ำ

3.1.3.1.1. -ใช้คำที่ไทยแท้ เช่น กำ จำ นำ

3.1.3.1.2. -ใช้กับคำที่แผลงมาจากคำอื่น เช่น กำแหง-แข็ง ตำรวจ-ตรวจ

3.1.3.1.3. -คำเขมรที่ลงอาคม คือ ทำคำกริยาให้เป็นคำนาม หรือทำคำกริยาให้มีความหมายว่า ทำให้

3.1.3.1.4. -คำภาษาอื่นๆ เช่น กำมะลอ กำยาน

3.1.3.1.5. ๒.การใช้ ัม

3.1.3.1.6. ๓.การใช้ -รรม

3.1.3.1.7. ๔.การใช้ ไ-

3.1.3.1.8. ๕.การใช้ ใ-

3.1.3.1.9. ๖.การใช้ ัย

4. การสะกดคำ

4.1. การใช้เครื่องหมายทัณฑฆาต

4.1.1. ๑.พยัญชนะที่เป็นตัวการันต์ อาจเป็นพยัญชนะตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ เช่น รักษ์ ลักษณ์

4.1.2. ๒.มักใช้กับคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตและอังกฤษ เช่นสังฆ์ องค์ สงฆ์

4.1.3. ๓.พยัญชนะที่เป็นตัวการันต์ส่วนมากอยู่ท้ายคำ แต่อาจอยู่ระหว่างคำก็ได้ เช่นฟิล์ม เสิร์ฟ โอห์ม

4.1.4. ๔.พยัญชนะที่เป็นตัวการันต์อาจมีรูปสระกำกับได้ เช่น โพธิ์ สิทธิ์ พันธุ์

4.1.5. ๕.พยัญชนะสะกดซึ่งเป็นพยัญชนะควบกับ ร ใช้พยัญชนะตัวตามเป็นตัวการันต์ไม่ได้ เช่น จักร มิตร สมุทร

4.1.6. ๖.พยัญชนะสะกดซึ่งเป็นพยัญชนะควบกับ ร ใช้เป็นตัวการันต์ได้เพราะไม่ใช่ตัวสะกด เช่น พักตร์ ยนตร์ จันทร์

4.1.7. คำพ้องเสียง

4.1.7.1. คำที่อ่านออกเสียงเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันแต่เขียนสะกดไม่เหมือนกัน และมีความหมายต่างกัน คำพ้องเสียงบางคำอาจเขียนเหมือนกันแต่มีไม่มาก

4.1.8. คำยืมและคำทับศัพท์

4.1.8.1. การยืม : ช่วยให้ภาษาไทยมีคำใช้มากขึ้น สะดวกในการสื่อความหมายกันและทำให้ภาษาเจริญงอกงามขึ้นทำได้จากเช่น นำมาเปลี่ยนรูป เปลี่ยนเสียง เปลี่ยนความหมาย

4.1.8.2. คำทับศัพท์ คือการที่ไม่ต้องเปลี่ยนคำอะไรเลย รับมาโดยตรงกับเสียงเดิม