ดนตรีสากล

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
ดนตรีสากล by Mind Map: ดนตรีสากล

1. 1. สมัยกลาง (The Middle Ages ค.ศ. 850 – 1450)

1.1. ก่อนสมัยนี้ราวศตวรรษที่ 6 ดนตรีขึ้นอยู่กับศาสนา Pope Gregorian เป็นผู้ รวบรวมบทสวด เป็น ทำนองเดียว (Monophony) โดยได้ต้นฉบับจากกรีกเป็น ภาษาละติน ต่อมาจึงมี 2 ทำนอง (Polyphony)

1.2. ศตวรรษที่ 11 การศึกษาเริ่มใน โบสถ์ ได้เริ่มมีการบันทึกตัวโน้ต โดยมีพระองค์หนึ่งเป็นชาว อิตาเลียนชื่อ Guido D’Arezzo ได้สังเกตเพลงสวดเก่าแก่เป็น ภาษาละตินเพลงหนึ่งแต่ละ ประโยคจะมีเสียงค่อยๆ สูงขึ้น จึงนำเอาเฉพาะตัวแรกของ บทสวดมาเรียงกัน จึงออกเป็น Do Re Mi Fa Sol La Te Do

1.3. ต่อมา ค.ศ. 1300 ดนตรีเริ่มเกี่ยวกับศาสนา อย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

2. 2. สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ( The Renaissance Period ค.ศ. 1450 – 1600 )

2.1. ตรงกับสมัยโคลัมบัส และเชคสเปียร์

2.2. ดนตรีในยุคนี้มักจะเป็นการ เริ่มร้องหมู่เล็ก ๆ

2.3. ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการร้อง เพื่อสรรเสริญพระเจ้า ร้องกันในโบสถ์มี 4 แนว คือ โซปราโน อัลโต เทเนอร์ และเบส การร้องจะมีออร์แกน หรือขลุ่ยคลอ

2.4. ดนตรีในสมัยนี้ยังไม่มีโน้ตอ่าน และมักเล่นตามเสียงร้อง

3. 3. สมัยบาโรค ( Baroque ค.ศ. 1650 – 1750 )

3.1. นักดนตรีที่มีชื่อเสียง ในยุคนี้ได้แก่ บาค ไฮเดิล

3.2. ในยุคต้นมีเครื่องดนตรี ประมาณ 20 – 30 ชิ้น สลับกันเล่น เพื่อให้มี รสชาติในการฟังเครื่องดนตรี ในการคลอเสียงร้อง เช่น ลิ้วท์ ขลุ่ย

3.3. ต่อมาได้วิวัฒนาการใช้ เครื่องสายมากขึ้นเพื่อ ประกอบการเต้นรำ รวมทั้ง เครื่องลมไม้ด้วย

3.4. ในสมัยนี้ผู้อำนวยเพลง จะเล่นฮาร์พซิคอร์ด

4. 4. สมัยคลาสสิค ( Classical Period ค.ศ. 1750 – 1825 )

4.1. สมัยนี้ตรงกับการปฏิวัติ และการปฏิรูปในอเมริกา

4.2. ไฮเดิลเป็นผู้ริเริ่มในการ แต่งเพลงคลาสสิค

4.3. การแต่งเพลงในยุคนี้ เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการของคีตกวี ที่จะเลือกใช้เครื่องมือให้ เหมาะสมกับลีลา และโอกาส ตามอารมณ์ของดนตรี

4.4. มีการเดี่ยวเครื่องดนตรี นักดนตรีต้องศึกษาและ เล่นให้ถูกต้องตามแบบแผน เพราะดนตรีในยุคนี้เริ่ม เข้าร่องเข้ารอย

4.5. คีตกวีในยุคมีไฮเดิล, โมสาร์ท, กลุ๊ก, บีโธเฟน โดยเฉพาะบีโธเฟน เป็นคีตกวีในสมัยโรแมนติกด้วย

5. 5. สมัยโรแมนติก ( Romantic Period ค.ศ. 1825 – 1900 )

5.1. สมัยนี้ตรงกับสมัยนโปเลียน แห่งฝรั่งเศส

5.2. เพลงผิดไปจากเพลง ในสมัยก่อน ๆ คือเริ่มแรก เกี่ยวกับศาสนา ต่อมามีการ เลือกใช้เครื่องดนตรี

5.3. ในสมัยนี้จะแต่งตามจุดประสงค์ ความคิดฝันของคีตกวี เน้นอารมณ์เป็นสำคัญ

5.4. นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียง ในสมัยนั้นมี ชูเบิร์ต เสตร้าส์ เมนโดโซน โชแปง ชูมานน์ บราหมส์ ไชคอฟสกี้

5.5. ในยุคนี้ แต่ละประเทศในยุโรป จะมีความนิยมไม่เหมือนกัน เช่น ลักษณะของเพลงร้อง เพลงประกอบละคร เพลงเต้นรำแบบวอลท์ เป็นไปตามคีตกวีและ ความนิยมส่วนใหญ่

6. 6. สมัยอิมเพรสชั่นนิสซึม ( Impressionism ค.ศ. 1850 – 1930 )

6.1. เป็นสมัยแห่งการใช้ ความคิดสร้างสรรค์ ดัดแปลงดั้งเดิมจาก สมัยโรแมนติกให้แปลก ออกไปตามจินตนาการ ของผู้แต่ง

6.2. ผู้ประพันธ์มักสรรหา เครื่องดนตรีแปลกๆ จาก ต่างประเทศ เช่น จากอินเดีย มาผสมให้มีรสชาติดีขึ้น

6.3. การประสานเสียงบางครั้ง แปร่งๆ ไม่รื่นหูเหมือนสมัยก่อน

6.4. ทำนองเพลงอาจนำมาจาก ทางเอเชียหรือประเทศใกล้เคียง แล้วมาดัดแปลงให้เหมาะสม กับดุริยางค์

6.5. นักดนตรีที่มีชื่อเสียง ในสมัยนั้นมี คลาวด์อบุชชี อิกอร์ สตราวินสกี่ อาร์โนลด์ โชนเบิร์ล

7. 7. สมัยคอนเทมพอลารี ( Contempolary ค.ศ. 1930 – ปัจจุบัน )

7.1. ชีวิตของคนในปัจจุบัน อยู่กับความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ได้รู้ ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ นักแต่งเพลงปัจจุบัน จึงเปลี่ยนวิธีการของ การประพันธ์เพลงให้เป็นไป ในแบบปัจจุบัน