Jetzt loslegen. Gratis!
oder registrieren mit Ihrer E-Mail-Adresse
ปรัชญา Philosophy von Mind Map: ปรัชญา Philosophy

1. ความสัมพันธ์ระหว่างปรัชญากับศาสตร์อื่น

1.1. ปรัชญากับวิทยาศาสตร์

1.1.1. ศึกษาสิ่งปรากฏการณ์

1.2. ปรัชญากับสังคมศาสตร์

1.2.1. ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์

2. ยุคสมัย

2.1. ปรัชญาสมัยโบราณกรีก

2.1.1. สงสัยสิ่งที่อยู่รอบตัว คิดในเชิงเหตุผลและหาคำตอบ

2.1.2. แบ่งเป็น 2 ช่วง

2.1.2.1. ช่วงเริ่มต้น

2.1.2.1.1. สนใจธรรมชาติใกล้ตัว สนใจคิดค้นความจริงสูงสุดเกี่ยวกับโลกและจักรวาล เริ่มต้นด้วยคำว่า "อะไรคือปฐมโลก"

2.1.2.2. ช่วงรุ่งเรือง

2.1.2.2.1. นักปรัชญากลุ่มโซฟิสต์ มีท่าทีสงสัยต่อความสามารถในการเข้าถึงความจริงหรือมีความรู้ในความจริงเกี่ยวกับโลกภายนอกมนุษย์ ไม่มีความจริงที่แน่นอนตายตัว คนเป็นผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

2.2. ปรัชญาสมัยยุคกลาง

2.2.1. ศาสนาคริสต์เข้ามามีบทบาทมากๆ

2.2.2. คิดตามกรอบของศาสนาคริสต์

2.2.3. นักปรัชญาทั้งหมดเป็นนักบวช

2.2.3.1. นักบุญออกัสติน นำปรัชญาของเพลโตมาอธิบายศาสนา

2.2.3.2. นักบุญโควนัส นำปรัชญาของอริสโตเติลมาอธิบายศาสนา

2.2.4. ได้รับการขนานนามว่า ยุคืด (คิดนอกกรอบไม่ได้)

2.3. ปรัชญายุคสมัยใหม่

2.3.1. วิทยาศาสตร์เกิดขึ้นในยุคนี้

2.3.2. เป็นยุคแสงสว่างทางปัญญา

2.3.3. มีเสรีภาพทางความคิด ความมีเหตุผล

2.3.4. ฟื้นฟูปรัชญา

2.3.4.1. ปรัชญาแยกออกจากศาสนา

2.3.4.1.1. ปรัชญา คือเหตุผล

2.3.4.1.2. ศาสนา คือความเชื่อ

2.3.4.2. ดึงวิทยาศาสตร์ออกจากปรัชญา

2.3.5. วิธีคิดของชาวตะวันตก

2.3.5.1. คิดแบบนิรนัย คิดแบบคณิตศาสตร์

2.3.5.2. คิดแบบอุปนัย คิดแบบวิทยาศาสตร์

2.3.6. นักปรัชญาในยุคนี้

2.3.6.1. ฟรานซิส เบค่อน ดึงวิทยาศาสตร์ออกจากปรัชญา

2.3.6.2. เดส์การ์ต

2.3.6.2.1. เป็นนักปรัชญาสำนักเหตุผลนิยม

2.3.6.2.2. ใช้วิธีการคณิตศาสตร์ (นิรนัย) มาเป็นพื้นฐานของปรัชญา

2.3.6.3. มักเกียเวลลี เป็นนักปรัชญาการเมือง

2.3.6.4. ทอมัส ฮอบส์ เป็นนักปรัชญาการเมือง

2.3.6.5. อิมมานูเอล คานต์ เป็นนักปรัชญาประสบการณ์นิยม

2.4. ปรัชญาร่วมสมัย

2.4.1. เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

2.4.2. ปฏิรูปสังคม/การเมือง เป็นหลัก

2.4.3. มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ

2.4.4. นักปรัชญาในยุคนี้

2.4.4.1. คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Mars) เป็นปรัชญาสสารนิยม คอมมิวนิสนิยม

2.4.4.2. ชอง ปอลซาร์ตร์

3. ความหมาย

3.1. ปร+ญา(ชญา) คือ รอบรู้

3.2. Plato : ปรัชญมีจุดมุ่งหมายสู่ความรู้แห่งสภาวะนิรันดรและธรรมชาติอันเป็นแก่นสารของสิ่งต่างๆ

3.3. Kant : ปรัชญาเป็นศาสตร์และการวิจารณ์ความรู้

3.4. Fichte : ปรัชญาเป็นศาสตร์แห่งความรู้

3.5. Comte : เป็นศาสตร์แห่งศาสตร์

3.6. Aristotle : ปรัชญาเป็นศาสตร์สำรวจธรรมชาติของสัตตามสภาพความเป็นจริงและสำรวจคุณลักษณะอันเป็นธรรมชาติของสัตนั้น

3.7. Wandt : ปรัชญคือการประมวลความรู้ทุกอย่างเพื่อเข้าใจความจริงโดยการรวบยอด

3.8. Elvin : ปรัชญาเป็นเทคนิสำหรับใช้คิด ในการตรวจสอบสมมติฐานและการตีความต่อมโนทัศน์ของมนุษย์

3.9. Griffin : ปรัชญาเป็นกระบวนการคิดที่ช่วยให้ทราบถึงรายละเอียด และการวิเคราะห์เพื่อช่วยในการตัดสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ถูกต้อง

3.10. สวามี สัตยานันทบุรี : ปรัชญาคือความคิด หลักเกณฑ์ ข้อคิดเกี่ยวกับชีวิต แนวทางการดำเนินชีวิต หรือทัศนะเกี่ยวกับ ความแท้จริงของสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการคิดอย่างมีระเบียบ

4. ขอบข่าย

4.1. อภิปรัชญา (Metaphysics)

4.1.1. ศึกษาความจริงและความจริงขั้นสูงสุดของชีวิต โลก และจักรวาล

4.1.1.1. Idealism

4.1.1.2. Materialism

4.1.1.3. Dualism

4.2. ญาณวิทยา (Epistemology)

4.2.1. ศึกษาความหมายของความรู้ ลักษณะความรู้ เรารู้ความจริงได้อย่างไร เรารู้ได้อย่างไรว่านั่นคือความรู้ ความรู้มาจากที่ใดบ้าง

4.2.1.1. Empiricism

4.2.1.1.1. ประสบการณ์นิยม มาจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของร่างกาย

4.2.1.2. Rationalism

4.2.1.2.1. เหตุผลนิยม

4.2.1.3. Intuitionism

4.2.1.3.1. ความรู้ที่แวบขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

4.3. จริยศาสตร์ (Ethics)

4.3.1. ศึกษาคุณค่า เกณฑ์ การตัดสินคุณค่าว่า ดี/ไม่ดี ถูกต้อง/ไม่ถูกต้อง

4.3.1.1. Pure ethics

4.3.1.1.1. ปรัชญาบริสุทธิ์

4.3.1.2. Applied ethics

4.3.1.2.1. ปรัชญาประยุกต์

4.4. ตรรกศาสตร์ (Logic)

4.4.1. ศึกษาการใช้เหตุผล เกณฑ์การอ้างเหตุผล การใช้เหตุผลโต้แย้ง จุดบกพร่องในการนำเสนอเหตุผล

4.4.1.1. Deductive

4.4.1.1.1. การใช้เหตุผลแบบนิรนัย

4.4.1.2. Inductive

4.4.1.2.1. การใช้เหตุผลแบบอุปนัย

4.5. สุนทรียศาสตร์ (Aesthetics)

4.5.1. ศึกษาความงาม เกณฑ์การตัดสินคุณค่าความงาม

4.5.1.1. คีตศิลป์

4.5.1.1.1. การร้อง เพลงดนตรี ภาพ เสียงเพลง

4.5.1.2. จิตรกรรม

4.5.1.2.1. ภาพเขียน เทคนิคการใช้สีสันต่างๆ ให้เกิดอารมณ์

4.5.1.3. ประติมากรรม

4.5.1.3.1. งานปั้น รูปสลัก

4.5.1.4. สถาปัตยกรรม

4.5.1.4.1. งานออกแบบฉาก การสร้างแบบฉาก

4.5.1.5. นาฎกรรม

4.5.1.5.1. การร่ายรำ ฟ้อนรำ การแสดง

4.5.1.6. วรรณกรรม

4.5.1.6.1. งานเขียน บทกลอน โครง ร้อยแก้ว ร้อยกรอง การเขียนบท

4.5.1.7. ภาพยนตร์

4.5.1.7.1. ศิลปะที่ว่าด้วยสุนทรียศาสตร์

5. วิธีคิดและการอ้างเหตุผล

5.1. การคิด คือ การทำงานของกลไกทางสมองต่อสิ่งเร้าเพื่อแก้ปัญหา

5.2. การอ้างเหตุผล คือ การยกข้อความมาสนับสนุนข้อความที่เราพูด

5.3. แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

5.3.1. แบบนิรนัย (Deductive thinking)

5.3.1.1. ไม่มีความรู้ใหม่เกิดขึ้น

5.3.1.2. ทั่วไป/สากล ไปสู่ หลักย่อย/เฉพาะ

5.3.2. แบบอุปนัย (Inductive thinking)

5.3.2.1. มีความรู้ใหม่เกิดขึ้น

5.3.2.2. หลักย่อย/เฉพาะ ไปสู่ ทั่วไป/สากล