ประเภทของระบบสารสนเทศ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
ประเภทของระบบสารสนเทศ by Mind Map: ประเภทของระบบสารสนเทศ

1. ระบบสำนักงานอัตโนมัติ Office Automation

1.1. เป็นแนวคิดในการนำเอาระบบเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ และผนวกด้วยซอฟต์แวร์สำหรับช่วยงานในสำนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เป็นสำนักงานไร้กระดาษ โดยให้ทำงานต่อไปนี้ - สื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ - จัดพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีคุณภาพ ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย ช่วยลดต้นทุนในการบริหาร ประหยัดพื้นที่ในการเก็บข้อมูล

1.1.1. องค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมัติ ประกอบด้วย บุคลากร ได้แก่ ผู้จัดการหรือผู้บริหารทุกระดับ นักวิชาชีพ (เช่น นักบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน สถาปนิก นักกฎหมาย นักวิจัย เป็นต้น) นักเทคนิค เลขานุการ กระบวนการปฏิบัติงาน ได้แก่การรับเอกสารและข้อมูล เช่นส่งผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์การบันทึกเอกสารและข้อมูล งานด้านนี้จะปรับเปลี่ยนเป็นการบันทึกลงในระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น การสื่อเอกสารและข้อมูล จะมีทั้งการส่งออกที่เป็นกระดาษและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปยังพนักงานกลุ่มต่าง ๆ การกระจายข่าวสาร กรณีการกระจายข่าวสารไปยังผู้รับจำนวนมาก สามารถส่งผ่านระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกศ์ที่มีความสะดวกและรวดเร็ว เทคโนโลยีเพื่อสำนักงานอัตโนมัติ ประกอบด้วย เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งมี 4 ระดับ คือ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เทคโนโลยีโทรคมนาคม ได้แก่ โทรศัพท์ ระบบประชุมทางไกล เทคโนโลยีสำนักงาน เทคโนโลยีภาพกราฟฟิกได้แก่ งานประมวลผลภาพกราฟิก เช่นงานสแกน เครื่องมือที่ใช้งานภาพกราฟิก เชืนเครื่องพิมพ์เลเซอร์ และโปแกรมอ่านอักขระด้วยแสง

2. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing Systems :TPS)

2.1. ระบบประมวลผลรายการ หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลดิบจากการปฏิบัติงานให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องจักรสามารถอ่านได้ระบบประมวลผลรายการสามารถแบ่งตามวิธีการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ 1 ระบบการประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing System) 2 ระบบการประมวลผลแบบออนไลน์ (Online Processing System) รายการถูกประมวลผลเมื่อเกิดรายการนั้นขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ2.1 การประมวลผลเชิงรายการ (Transactional Processing)2.2 การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing)

2.1.1. ระบบสารสนเทศแบบประมวลรายการ (Transaction Processing Systems -TPS) เป็นระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับการบันทึกและประมวลข้อมูลที่เกิดจากธุรกรรมหรือการปฏิบัติงานประจำหรืองานขั้นพื้นฐานขององค์การ เช่น การซื้อขายสินค้า การบันทึกจำนวนวัสดุคงคลัง วัตถุประสงค์ของ TPS1) มุ่งจัดหาสารสนเทศทั้งหมดที่หน่วยงานต้องการตามนโยบายของหน่วยงานหรือตามกฎหมาย เพื่อช่วยในการปฏิบัติงาน

2.1.2. 1)มุ่งจัดหาสารสนเทศทั้งหมดที่หน่วยงานต้องการตามนโยบายของหน่วยงานหรือตามกฎหมาย เพื่อช่วยในการปฏิบัติงาน

2.1.3. 2) เพื่อเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานประจำให้มีความรวดเร็ว

2.1.4. 3) เพื่อเป็นหลักประกันว่าข้อมูลและสารสนเทศของหน่วยงานมีความถูกต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและรักษาความลับได้

2.1.5. 4) เพื่อเป็นสารสนเทศที่ป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการตัดสินใจอื่น เช่น MRS หรือ DSS หน้าที่ของ TPS

3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการManagement Information System MIS

3.1. การนำไปใช้งานสามารถแบ่งได้ 4 ระดับดังนี้

3.2. 1. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการวางแผนนโยบาย กลยุทธ์ และการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง

3.3. 2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในส่วนยุทธวิธีในการวางแผนการปฏิบัตและการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง

3.4. 3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในระดับปฎิบัติการและการควบคุมในขั้นตอนนี้ผู้บริหารระดับล่างจะเป็นผู้ใช้สารสนเทศเพื่อช่วยในการปฎิบัติงาน

3.5. 4. ระบบสารสนเทศที่ได้จากการประมวลผล

3.6. แบ่งระบบสารสนเทศออกเป็นระบบย่อย 4 ส่วนได้แก่

3.7. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System :TPS)

3.8. ระบบจัดการรายงาน (Management Reporting System :MRS)

3.9. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System :DSS)

3.10. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (Office Information System :OIS)

4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) DSS

4.1. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน

4.2. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร

4.3. DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน

5. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร Executive Information Systems :EIS

5.1. การจัดการระบบสารสนเทศได้รับการยอมรับว่ามีความสำคัญต่อความสำเร็จในการ ดำเนินธุรกิจ

5.1.1. ข้อดีของระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร1. ง่ายต่อการใช้งานของผู้ใช้โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง

5.1.2. 1. ง่ายต่อการใช้งานของผู้ใช้โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง

5.1.3. 2. ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

5.1.4. 3. ค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้ในเวลาสั้น

5.1.5. 4. ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสารสนเทศที่นำเสนออย่างชัดเจน

5.1.6. 5. ประหยัดเวลาในการดำเนินงานและการตัดสินใจ

5.1.7. 6. สามารถติดตามและจัดการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

5.1.8. ข้อจำกัดของระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร

5.1.9. 1. มีข้อจำกัดในการใช้งาน เนื่องจาก EIS ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะอย่าง

5.1.10. 2. ข้อมูลและการนำเสนออาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร

5.1.11. 3. ยากต่อการประเมินประโยชน์และผลตอบแทนที่องค์การจะได้รับ

5.1.12. 4. ไม่ถูกพัฒนาให้ทำการประมวลผลที่ซับซ้อนและหลากหลาย

5.2. คุณสมบัติของระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร

5.3. 1. สนับสนุนการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning Support)

5.4. 2. เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์กร (External Environment Focus)

5.5. 3. มีความสามารถในการคำนวณภาพกว้าง (Broad-based Computing Capabilities)

5.6. 4. ง่ายต่อการเรียนรู้และใช้งาน (Exceptional Ease of Learning and Use)

6. ระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบผู้เชี่ยวชาญ Artificial Intelligence System and Expert System

6.1. ปัญญาประดิษฐ์ คือ ศาสตร์แขนงหนึ่งทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่มีพื้นฐานมาจากวิชา ชีววิทยา จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ ฯลฯ

6.1.1. ลักษณะงานของปัญญาประดิษฐ์ แบ่งได้ 3 ประเภทคือ

6.1.2. 1.Cognitive Sciene

6.1.3. -ระบบผู้เชียวชาญ (Expert systems)

6.1.4. -ระบบเครือข่ายนิวรอน (Neural Network)

6.1.5. 2.Robotics

6.1.6. 3.Notural Interface

6.1.7. ระบบที่มีความสามารถในการเข้าใจภาษามนุษย์ (Natural Languag )

6.1.8. ระบบภาพเสมือนจริง (Virtual Reality)

6.2. ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบในการช่วยแก้ไขปัญหา

6.3. องค์ประกอบของผู้เชี่ยวชาญ

6.4. 1.ฐานความรู้ (Knowledge Base

6.5. 2.โปรแกรมของระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert system software) แบ่งเป็น 2 ส่วน 2.1 ส่วนที่ใช้ในการประมวลผลความรู้ 2.2 ส่วนที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร