นวัตกรรมและเทคโนโลยี

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
นวัตกรรมและเทคโนโลยี by Mind Map: นวัตกรรมและเทคโนโลยี

1. นวัตกรรม

1.1. องค์ประกอบของนวัตกรรม

1.1.1. 1.ความใหม่

1.1.2. 2.ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ

1.1.3. 3.การใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์

1.2. กระบวนการ

1.2.1. 1.การค้นหา

1.2.2. 2.การเลือกสรร

1.2.3. 3.การนำไปปฏิบัติ

1.2.3.1. 3.1การรับ

1.2.3.2. 3.2การปฏิบัติ

1.2.3.3. 3.3การนำเสนอ

1.2.3.4. 3.4การรักษาสภาพ

1.2.4. 4.การเรียนรู้

2. เทคโนโลยีสารสนเทศ

2.1. เทคโนโลยีสารสนเทศ

2.2. องค์ประกอบ

2.2.1. 1.ฮาร์ดแวร์ ( hardware )

2.2.2. 2.ชอฟต์แวร์ ( soflware )

2.2.3. 3.ข้อมูล ( data )

2.2.4. 4.บุคลากร ( people )

2.2.5. 5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ( procedure )

2.3. ประโยชน์และตัวอย่าง

2.3.1. 1.ด้านการศึกษา

2.3.1.1. ระบบลงทะเบียนเรียน

2.3.2. 2.ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

2.3.2.1. รักษาคนไข้ด้วยระบบการรักษาทางไกล

2.3.3. 3.ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม

2.3.3.1. การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ทำงานบ้าน

2.3.4. 4.ด้านการคมนาคม

2.3.4.1. การเช็คอินของสายการบิน

2.3.5. 5.ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม

2.3.5.1. จำลองสภาววการณ์ต่างๆ

3. พัฒนาการคอมพิวเตอร์

3.1. เครื่องคำนวณยุคประวัติศาสตร์

3.2. คอมพิวเตอร์ยุคหลอดสุญญากาศ

3.3. คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์

3.4. คอมพิวเตอร์ยุควงจรรวม

3.5. คอมพิวเตอร์ยุควีแอลเอสไอ

3.6. คอมพิวเตอร์ยุคเครือข่าย

3.6.1. เกิดอินเตอร์เน็ต (intranet) เป็นการเชื่อมหลายๆ กลุ่มขององค์การเข้าด้วยกัน

3.6.2. เกิดอินเตอร์เน็ต (internet) เป็นการนำเครือข่ายขององค์การ เชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสากลที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก

3.7. เทคโนโลยีสื่อประสม

3.7.1. องค์ประกอบของเทคโนโลยีสื่อประสมประกอบด้วย

3.7.1.1. คอมพิวเตอร์ สามารถโต้ตอบ แบบปฏิสัมพันธ์ได้

3.7.1.2. การเชื่อมโยงสื่อสาร ทำให้ข้อมูล เชื่อมโยงถึงกันและนำเสนอได้

3.7.1.3. การใช้งานแบบสื่อประสม โดยใช้ข้อมูล ข่าวสารในรูปแบบสื่อประสม

3.7.1.4. ซอฟต์แวร์ สามารถช่วยให้เราใช้ข้อมูลจากสื่อหลายชนิดร่วมกัน

4. Hardware

4.1. 1.หน่วยรับข้อมูล( Input Unit)

4.1.1. อุปกรณ์แบบกด แป้นพิมพ์แบ่งเป็น 4 ประเภท

4.1.1.1. แป้นอักขระ

4.1.1.2. แป้นควบคุม

4.1.1.3. แป้นฟังก์ชัน

4.1.1.4. แป้นตัวเลข

4.1.2. อุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง

4.1.3. จอภาพระบบไวต่อความสัมผัส เช่นจอภาพแบบสัมผัส

4.1.4. อุปกรณ์กวาดข้อมูล

4.1.5. อุปกรณ์รู้จำเสียง เช่นอุปรณ์วิเคราะห์เสียงพูด

4.2. 2.หน่วยความจำ

4.2.1. หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว

4.2.2. หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้

4.3. 3.หน่วยประมวลผลกลาง

4.3.1. โปรเซสเซอร์หรือซิป

4.3.2. CPU ทำหน้าที่อะไร

4.3.3. กลไกลการทำงานของ CPU

4.3.4. ปัจจัยที่มีผลต่อความเร็ว

4.4. 4.หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

4.4.1. จานแม่เหล็ก

4.4.2. ฟลอปปิดิสก์

4.5. 5.หน่วยแสดงผลข้อมูล

4.5.1. หน่วยแสดงผลชั่วคราว

4.5.2. หน่วยแสดงผลถาวร

5. หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

5.1. เครื่องคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนการทำงาน 3 ขั้นตอน คือ

5.1.1. 1. รับโปรแกรมและข้อมูล โปรแกรมในที่นี้ หมายถึง ชุดของคำสั่งที่จะให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ส่วนข้อมูล อาจเป็นตัวเลขหรือตัวหนังสือก็ได้ ที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผล

5.1.2. 2. การประมวลผล หมายถึง การจัดระเบียบแบบแผนของข้อมูล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งทำได้โดยการคำนวณ เปรียบเทียบ วิเคราะห์โดยใช้สูตรทางวิทยาศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์ โดยอาศัยคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้น

5.1.3. 3. แสดงผลลัพธ์ คือ การนำผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลเสร็จเรียบร้อย แสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้ใช้เข้าใจ และนำไปใช้ประโยชน์ได้

5.2. ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึง เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์"

6. software

6.1. ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ซอฟต์แวร์ระบบ 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์

6.1.1. 1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software หรือ Operating Software : OS) หมายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่ประสานการทำงาน ติดต่อการทำงาน ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ประยุกต์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ Software ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่ในการจัดการ ระบบ ดูแลรักษาเครื่อง การแปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเพื่อให้เครื่องอ่านได้เข้าใจ

6.1.1.1. 1.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System) หมายถึง ชุดโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคำสั่งสำหรับควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น Windows XP , DOS , Mac

6.1.1.2. 1.2 ยูทิลิตี้ (Utility Program) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องทำงานง่ายขึ้นเร็วขึ้น และการป้องกันการรบกวนโดยโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส , โปรแกรม Defrag

6.1.1.3. 1.3 ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ในส่วนการรับเข้าและการส่งออก ของแต่ละอุปกรณ์ เช่น เมื่อเราซื้อกล้องวีดีโอมาใหม่และต้องการนำเอาวีดีโอที่ถ่ายเสร็จ นำไปตัดต่อที่คอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งไดเวอร์ หรือโปรแกรมที่ติดมากับกล้อง ทำการติดตั้งที่เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักและสามารถรับข้อมูลเข้าและส่งข้อมูลออกได้

6.1.1.4. 1.4 ตัวแปลภาษา (Language Translator) คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจว่าต้องการให้ทำอะไร เช่น เมื่อโปรแกรมเมอร์ได้เขียนโปรแกรมเสร็จโดยเขียนในลักษณะภาษาระดับต่ำ (Assenbly) หรือภาษาระดับสูง (โปรแกรมภาษา C) เสร็จก็ต้องมีตัวแปลภาษาเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเข้าใจเฉพาะตัวเลข 0 กับ ตัวเลข 1 เท่านั้น

6.1.2. 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานต่าง ตามที่ต้องการ เช่น การทำงานเอกสาร งานกราฟิก งานนำเสนอ หรือเป็น Software สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการเว็บ โปรแกรมงานด้านธนาคาร

6.1.2.1. 2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ

6.1.2.1.1. 2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์