โครงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
โครงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ by Mind Map: โครงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

1. ประโยชน์ของการทำโครงงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.1. 1.3.1 ด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารด้านการศึกษา เช่น ระบบการลงทะเบียน และระบบการจัดตารางสอน นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มโอก่สทางด้านการศึกษาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการศึกษา

1.2. 1.3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้เริ่มต้งแต่การทำทะเบียนคนไข้ การรักษาพยาบาลทั่วไป ตลอดจนการวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ ได้อย่ารวดเร็วและแม่นยำ

1.3. 1.3.3 ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม เช่น การจัดทำระบบข้อมูลเพื่อการเกษตรและพยากรณ์ผลผลิตด้านการเกษตร นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม การประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อใช้ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ต้องเสี่ยงภัยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

1.4. 1.3.4 ด้านการเงินการธนาคารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ในด้านการเงินและธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้นบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ แลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารการธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป

1.5. 1.3.5 ด้านความมั่นคงมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกันอย่างแพร่หลายทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลเพื่อการสืบสวนคดีต่างๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้านความมั่นคง

1.6. 1.3.6 ด้านการคมนาคม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง

1.7. 1.3.7 ด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบ หรือจำลองสภาวการณ์ต่างๆ

1.8. 1.3.8 ด้านการพาณิชย์ องค์กรในภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กรในการทำงาน ทำให้การประสานงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในองค์กร หรือระหว่างองค์กรเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ความหมาย

2.1. เป็นการพัฒนาผลงานที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้า และดำเนินการพัฒนาตามความสนใจและความถนัด โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การรวบรวมข้อมูลโดยสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต ประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

2.2. เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนำความรู้ ทักษะ ความชำนาญ และเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการแก้ปัญหาหรือจัดการสารสนเทศ ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล รวมไปถึงการนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้เกิดประโยชน์และสะดวกสบาย การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะช่วยส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมมีความสะดวก รวดเร็ว ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

2.3. โครงงาน คือ ภาระงาน ชิ้นงาน หรือกิจกรรมอิสระ ที่ผู้ทำโครงงานเลือกศึกษา หรือดำเนินการตามความสนใจ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ทักษะและประสบการณ์ของตนเอง โดยนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่น ๆ เข้ามาใช้เพื่อหาคำตอบ หรือแก้ปัญหาในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งผู้ทำโครงงานจะต้องมีการวางแผนการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินการมีระบบระเบียบ เป็นไปตามขั้นตอนที่ได้วางไว้

3. ตัวอย่างโครงงาน

3.1. 1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา(Educational Media) เป็นโครงงานทีใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน ซึ่งมีบทเรียน แบบฝึกหัด และแบบทดสอบ การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอนไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนวิชาต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ สังคม โดยนักเรียนคัดเลือกหัวข้อ ที่น่าสนใจมาเป็นหัวข้อในการพัฒนาบทเรียนตัวอย่าง เช่น โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่างๆ

3.2. 2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ(Tools Development) เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเรื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน เป็นต้น

3.3. 3.โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี (Theory Experiment) เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลองของสิ่งต่างๆ ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ในเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ อาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น

4. ขั้นตอนการทำโครงงาน

4.1. ขั้นตอนที่ 1 การคิดเลือกหัวเรื่องและการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นการหาหัวข้อในการทดลอง ที่อยากรู้อยากเห็น รวมถึงการขอคำปรึกษา

4.2. ขั้นตอนที่ 2 การเขียนเค้าโครงของโครงงาน

4.3. ขั้นตอนที่ 3 การปฏิบัติโครงงาน เป็นการดำเนินงานตามแผน ที่กำหนดไว้ในเค้าโครงของโครงงาน และต้องมีการจดบันทึกข้อมูลต่างๆให้ละเอียด และต้องจัดทำอย่างเป็นระบบ มีความระเบียบ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้อมูลต่อไป

4.4. ขั้นตอนที่ 4 การเขียนรายงาน ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ ชัดเจน และครอบคลุมประเด็นสำคัญของโครงงาน โดยสามารถเขียนให้อยู่ในรูปต่างๆ เช่น การสรุป การรายงานผล ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อต่างๆ เช่น บทคัดย่อ บทนำ เอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

4.5. ขั้นตอนที่ 5 การแสดงผลงาน เป็นการนำเสนอผลงาน สามารถจัดได้หลายรูปแบบ เช่น การจัดนิทรรศการ หรือทำเป็นสิ่งพิมพ์ การสอนแบบเพื่อนสอนเพื่อน ตามความเหมาะสมของโครงงาน