Intraventricular Hemorrhage (ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง)

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
Intraventricular Hemorrhage (ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง) by Mind Map: Intraventricular Hemorrhage (ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง)

1. สาเหตุ

1.1. ตามตำรา

1.1.1. ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง: ภาวะที่มีเลือดในกะโหลกศีรษะ ในเนื้อสมองส่วนที่เป็นโพรงสมอง (Ventricle)

1.1.2. อาจเกิดจากเลือดออกโดยตรงในโพรงสมองหรือเลือดออกในโพรงสมองปฐมภูมิ (Primary IVH)

1.1.3. อาจเกิดจากเลือดออกภายในเนื้อสมองก่อน แล้วแตกทะลุเข้าสู่โพรงสมอง เลือดออกในโพรงสมองทุตยภูมิ (Second IVH)

1.1.4. ส่งผลให้การไหลเวียน CSF อุดกั้น เกิด ICP (Increased Intracranial Pressure)

1.2. ผู้ป่วย

1.2.1. เกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมองก่อน

1.2.2. เลือดออกในสมองจากโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี

1.2.3. เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลางแล้วไหลเข้าสู่โพรงสมอง

1.2.4. เป็นผลต่อเนื่องจาก Thalamic hemorrhage: เกิดจากความดันโลหิตสูง อาจแตกเข้า Ventricle ทำให้เกิด Hydrocephalus ได้ โดยจากผล CT scan พบ Mild hydrocephalus

2. อาการและอาการแสดง

2.1. ตามตำรา

2.1.1. คลื่นไส้ / อาเจียนอย่างรุนแรง

2.1.2. กลืนลำบาก รับรสชาติผิดแปลกจากปกติ

2.1.3. แขนหรือขาอ่อนแรงเฉียบพลัน

2.1.4. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนอง ตื่นตัวลดลง ซึมลง

2.1.5. ตาพร่ามัว การตอบสนองของ Pupils ไม่เท่ากัน / ช้า

2.1.6. พูดคุย / สื่อสารไม่รู้เรื่อง

2.1.7. เวียนศีรษะ ความดันโลหิตสูง ปวดคล้ายเข็มทิ่ม

2.2. ผู้ป่วย

2.2.1. ไม่พูด แขนขาข้างขวาอ่อนแรง (เฉียบพลัน) 4 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล

2.2.2. อาเจียน ลักษณะเป็นเศษอาหาร 4 - 5 ครั้ง

3. การวินิจฉัย

3.1. ตามตำรา

3.1.1. การซักประวัติ

3.1.1.1. ประวัติอาการผิดปกติ โรคประจำตัว การใช้ยา

3.1.2. การตรวจร่างกาย

3.1.2.1. การตรวจร่างกายทั่วไป

3.1.2.2. การประเมินอาการทางระบบประสาท (Neuro signs) และการประเมินสัญญาณชีพ (Vital signs)

3.1.3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

3.1.3.1. Complete Blood Count: CBC

3.1.3.2. Blood Urine Nitrogen: BUN

3.1.3.3. Creatinine: Cr

3.1.3.4. Prothrombin Time, Partial Thromboplastin Time, International Normalized Ratio: PT - PTT - INR

3.1.3.5. Electrolyte

3.1.4. การตรวจพิเศษ

3.1.4.1. CT scan for brain

3.1.4.2. MRI scan

3.2. ผู้ป่วย

3.2.1. การซักประวัติ

3.2.1.1. ไม่พูด แขนขาข้างขวาอ่อนเเรง 4 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล มีอาเจียน 4 - 5 ครั้ง

3.2.1.2. มีประวัติเป็น HT + DLP มา 4 - 5 ปี รักษาไม่ต่อเนื่องที่ รพ.เดิมบางนางบวช

3.2.2. การตรวจร่างกาย

3.2.2.1. การตรวจร่างกายทั่วไป

3.2.2.1.1. ไม่พบความผิดปกติ

3.2.2.2. การประเมิน Neuro signs

3.2.2.2.1. Glasgow Coma Score = E3V3M5, Glasgow Coma Scale = 11 คะแนน, Pupil 2 mm Rt. = Lt. RTL both eye, Motor power = แขนขาข้างซ้าย gr.5, แบขข้างขวา gr.2 และขาข้างขวา gr.1

3.2.2.3. การประเมิน Vital signs

3.2.2.3.1. T = 37.7 ํC, HR = 78 bpm, RR = 24 bpm, BP = 197/116 mmHg, MAP = 147 mmHg และ Oxygen Saturation = 99%

3.2.3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

3.2.3.1. Complete Blood Count: CBC

3.2.3.1.1. Hb = 12.2 g/dL

3.2.3.1.2. Hct = 37%

3.2.3.2. Blood Urine Nitrogen: BUN

3.2.3.2.1. BUN = 23 mg%

3.2.3.3. Creatinine: Cr

3.2.3.3.1. Cr = 2.03 mg%

3.2.3.4. EGFR (EKD - EPI)

3.2.3.4.1. EGFR = 37.6 ml/min/1.73 m2

3.2.3.5. Fasting Blood Sugar: FBS

3.2.3.5.1. FBS = 156 mg/dL

3.2.3.6. Electrolyte

3.2.3.6.1. K+ = 3.42 mmol/L (ปัจจุบัน K+ = 4.3 mmol/L)

3.2.3.7. Lipid Profile

3.2.3.7.1. ไม่พบความผิดปกติ

3.2.4. การตรวจพิเศษ

3.2.4.1. CT scan brain non - contrast

3.2.4.1.1. Acute intraparenchymal hemorrhage at left thalamus size 3.0 * 2.8 * 3.0 cm with blood spillage to ventricular system and surrounding brain enema

3.2.4.1.2. Mild hydrocephalus

3.2.4.1.3. No mid line shift or brain herniation

3.2.4.2. EKG

3.2.4.2.1. Mild left axis deviation codominant + Abnormal left axis deviation

3.2.4.2.2. Sinus rhythm

3.2.4.2.3. Voltage criteria for LVH (Left Ventricle Hypertrophy)

4. การรักษา

4.1. ตามตำรา

4.1.1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

4.1.1.1. การเจาะหลัง ( Lumbar Puncture) มักใช้เป็นการรักษาเริ่มต้น ควรพิจารณาทำภายหลังจากการพบว่ามี Ventricular dilatation เพิ่มมากขึ้น โดยก่อนการทำนั้นควรจะต้องทำการ Ultrasound เพื่อหาว่ามีข้อห้ามของการเจาะหลัง เช่น มีก้อนเลือดหรือเนื้องอกในสมองหรือไม่ เป็นต้น

4.1.1.2. การรักษาโดยการให้ยานั้น (Acetazolamide, Furosemide) ไม่เป็นที่แนะนำในปัจจุบัน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Nephrocalcinosis

4.1.2. การผ่าตัดใส่อุปกรณ์ระบายน้ำเลี้ยงสมองแบบชั่วคราว

4.1.2.1. ถ้าหากในรายที่ทำการเจาะหลังแล้วยังมีอาการและอาการแสดงของภาวะ Hydrocephalus อยู่อาจะต้องพิจารณาใส่อุปกรณ์ระบายแบบชั่วคราว มีหลายวิธี เช่น ventricular access device, ventriculosubgaleal shunt, external ventricular drainage โดยพิจารณาทำในรายที่การรักษาโดยการเจาะหลัง แล้วไม่สามารถลดอาการของ hydrocephalus ได้

4.1.3. การใส่อุปกรณ์ระบายน้ำเลี้ยงสมองแบบถาวร

4.2. ผู้ป่วย

4.2.1. การรักษาแบบประคับประคอง

4.2.1.1. ยา

4.2.1.1.1. Dilantin 50 mg 2 tab. oral t.i.d. pc / Dilatin 100 mg vein q 8 hr

4.2.1.1.2. Manidipine 20 mg 1 tab. oral OD pc เช้า

4.2.1.1.3. Gemtibrozil 300 mg 1 tab. oral OD ac เช้า

4.2.1.1.4. Losartan 100 mg 1/2 tab. oral OD pc เช้า

4.2.1.1.5. Nicardipine (1:5) vein 15 ml/hr titrate

4.2.1.2. สารน้ำ

4.2.1.2.1. 0.9% NSS 1,000 ml vein rate 40 ml/hr

5. การพยาบาล

5.1. มีโอกาส / เสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง (IICP) เนื่องจากมีภาวะเลือดออกในโพรงสมอง จากเส้นเลือดในสมองแตก

5.2. มีโอกาส / เสี่ยงต่อการเกิดภาวะพร่องออกซิเจน เนื่องจากการกำซาบออกซิเจนของเนื้อสมองลดลง จากการมีเลือดออกในโพรงสมอง

5.3. พร่องกิจวัตรประจำวัน เนื่องจากมีกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง

5.4. มีโอกาสเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากทางเดินปัสสาวะเปลี่ยนแปลง หรือมีโอกาสเกิดการติดเชื้อ CAUTI

5.5. มีโอกาสเกิด / เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับและข้อยึดติด เนื่องจากเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย จากกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง