รวมความรู้จากหนังสือ Deep Work

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
รวมความรู้จากหนังสือ Deep Work by Mind Map: รวมความรู้จากหนังสือ Deep Work

1. ผู้เขียน

1.1. Cal Newport

1.1.1. Digital Minimalism

2. Key Message

2.1. ช่วงเวลาที่เราจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดคือช่วงที่เรียกว่า Deep Work

2.2. คาลเชื่อว่าการทำงานแบบ Deep Work เป็นทักษะสำคัญ ที่ช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จ และช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้

3. คนดังๆ พูดถึงหนังสือเล่มนี้อย่างไรบ้าง

3.1. Adam Grant

3.1.1. "หนังสือเล่มนี้ย้ำถึงความสำคัญของการโฟกัสและยังแนะนำขั้นตอนง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีในชีวิตของคุณ"

3.2. Daniel H. Pink

3.2.1. "หนังสือเล่มนี้จะช่วยแนะนำวิธีทำงานในสภาพแวดล้อมอันไร้สิ่งรบกวนให้คุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ"

4. กฎ 4 ข้อสู่การทำงานแบบ Deep Work

4.1. สร้างช่วงเวลา Deep Work ขึ้นมา

4.1.1. จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

4.1.1.1. โต๊ะทำงาน ห้องทำงาน อุปกรณ์ ฯลฯ

4.1.1.2. ตัดสิ่งรบกวนสมาธิทิ้งไป

4.1.2. หาช่วงเวลา Deep Work ให้เจอแล้วทำเป็นนิสัย

4.1.2.1. คาลแนะนำว่า ควรหาเวลา Deep Work ให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

4.1.2.1.1. ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ 90 นาที

4.1.2.2. Ex # บารัก โอบาม่า

4.1.2.2.1. เขาชอบนั่งทำงานเงียบๆ ช่วงกลางคืน ก่อนเข้านอนตอนตี 2

4.1.3. งาน = เวลา x สมาธิที่จดจ่อ

4.1.3.1. ถ้าคุณอยากทำงานให้ได้เยอะๆ คุณต้องเพิ่มสมาธิลงไป

4.1.3.1.1. เพราะสุดท้ายแล้วเวลาในแต่ละวันมันก็มีแค่ 24 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน

4.1.4. ใช้วิธีสร้างพิธีกรรม

4.1.4.1. เปรียบเหมือนสัญญาณเตือนให้กับตัวเองว่า "เอาล่ะ ได้เวลาทำงานแบบ Deep Work แล้ว"

4.1.4.2. ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล?

4.1.4.2.1. พลังใจเรามีจำกัด ความสนใจของเราก็มีจำกัด วันนี้มีพรุ่งนี้อาจจะหมดไปก็ได้

4.1.4.2.2. Ex # ตัวอย่างการสร้างพิธีกรรม

4.1.4.2.3. Ex # สตีเฟ่น คิง

4.1.5. 4 ประเภทของการทำงานแบบ Deep Work

4.1.5.1. Monastic

4.1.5.1.1. พวกที่เก็บตัวทำงานเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน

4.1.5.1.2. มีภาระอื่นๆ นอกเหนือจากงานสำคัญตรงหน้าน้อยที่สุด

4.1.5.2. Bimodel

4.1.5.2.1. พวกที่แบ่งเวลาในแต่ละสัปดาห์เพื่อทำงานแบบ Deep Work

4.1.5.3. Rhythmic

4.1.5.3.1. พวกที่มีจังหวะในการทำงานแบบ Deep Work อย่างสม่ำเสมอ เช่น ในเวลาเดิมของทุกวัน

4.1.5.3.2. มีกิจวัตรประจำเพื่อเริ่มทำงานในทุกๆ วัน

4.1.5.4. Journalistic

4.1.5.4.1. แน่นอนว่าในโลกที่วุ่นวายนี้ การทำงานแบบ Deep Work ทั้ง 3 ประเภทด้านบนนั้นเกิดขึ้นยากมาก

4.1.5.4.2. พวกที่สามารถแบ่งสมาธิได้ดี สามารถทำงานแบบ Deep Work ได้ในเวลาที่จำกัด

4.1.6. คาลได้นำแนวคิดเรื่องการทำงานจากหนังสือ The 4 disciplines of execution มาปรับใช้ด้วย

4.2. จัดการความเบื่อ

4.2.1. เราต้องจัดการกับสิ่งที่เข้ามาขัดจังหวะการทำงานหรือสิ่งยั่วยวนใจต่างๆ

4.2.1.1. Ex # โซเชียลมีเดีย

4.2.1.2. EX # สมาร์ทโฟน

4.2.1.3. Ex # อีเมล

4.2.1.4. ถ้าคุณทำได้ สมองของคุณจะมีพลังเต็มที่ไว้คิดสำหรับงานสำคัญที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ

4.2.2. วิธีจัดการความเบื่อหน่าย

4.2.2.1. อดทนให้มาก

4.2.2.1.1. ปกติเวลาเบื่อหรือคิดงานไม่ออก เราชอบเช็คเฟซบุ๊กเรื่อยเปื่อย กรณีนี้ให้อดทนไว้

4.2.2.2. กำหนดเวลาเล่นอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลมีเดีย

4.2.2.2.1. โซเชียลมีเดียคือตัวกวนสมาธิ ดังนั้นคุณต้องรู้จักลดการใช้ให้เป็น

4.3. ลด ละ เลิกการใช้โซเชียลมีเดีย

4.3.1. ถ้าลดไม่ได้ลองวิธีหักดิบ "เลิกใช้ไปเลย 30 วัน"

4.3.1.1. จากนั้นย้อนถามตัวเอง 2 ข้อ

4.3.1.1.1. ถ้า 30 วันที่ผ่านมาได้ใช้โซเชียลมีเดีย จะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหรือไม่?

4.3.1.1.2. คนอื่นๆ รู้หรือไม่ว่าคุณเลิกใช้โซเชียลมีเดีย

4.3.1.1.3. ถ้าตอบ ใช่

4.3.2. ในหนังสือ Digital Minimalism คาลนำประเด็นนี้มาศึกษาและทดลองเพิ่มเติมจนเกิดเป็น "แนวคิดการใช้ชีวิตมินิมอลบนโลกดิจิตอล"

4.4. ลดการทำงานแบบ Shallow Work

4.4.1. จัดตารางเวลาทำงาน ลดช่วงเวลางานแบบ Shallow Work

4.4.2. จัดตารางเวลาให้งานแบบ Shallow Work รบกวนเวลา Deep Work ให้น้อยที่สุด

4.4.3. ทำงานแบบ Shallow Work ให้เสร็จเร็วๆ ไม่ยืดเยื้อ

5. Deep Work คืออะไร?

5.1. ภาวะในการทำงานที่ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจอย่างจดจ่อโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน

5.1.1. เมื่อคุณเข้าสู่ภาวะการทำงานแบบ Deep Work สมองของคุณจะเหมือน "เครื่องติด" จนคิดอะไรออกมาได้อย่างไหลลื่น

5.1.1.1. นี่คือทักษะหนึ่งที่จะช่วยให้คุณทำงานได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง

5.2. วิธีนี้คล้ายกับแนวคิด Flow ของ ดร.มิฮาลี ชิกเซนมิฮาย นักจิตวิทยาชื่อดัง

5.2.1. ภาวะที่เราทำงานอะไรสักอย่างแล้วเพลิดเพลินไปกับมันจนเป็นเนื้อเดียวกัน

5.3. สรุปง่ายๆ คือ

5.3.1. การทำงานแบบมีสมาธิสูงสุด

5.3.2. ช่วงเวลาเครื่องติด มีพลังสมองเต็มที่

5.3.3. ช่วงเวลาทำงานที่ไร้สิ่งรบกวน

5.3.4. ช่วงเวลาที่ทำงานได้ลื่นไหลที่สุด

6. โลกการทำงานทุกวันนี้เป็นอย่างไร

6.1. มุ่งหน้าสู่ยุคแห่ง AI

6.1.1. “ถ้าเด็ก 6 ขวบใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรสักอย่างได้ แสดงว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการ”

6.1.2. งานง่ายๆ ที่มนุษย์ทำอยู่จะถูก AI เข้าแทนที่

6.2. คนที่อยู่รอดคือ

6.2.1. คนที่มีเชี่ยวชาญทักษะเฉพาะด้าน

6.2.1.1. Ex # ช่างฝีมือ

6.2.1.1.1. ช่างพวกนี้ใช้ AI เป็นด้วย

6.2.1.2. Ex # เชฟ

6.2.1.2.1. ต่อให้ AI ทำอาหารได้ แต่เชฟจะยังเป็นคนคิดเมนูใหม่ๆ

6.2.2. คนที่มีความคิดสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมและสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้

6.2.3. คนเหล่านี้คือคนที่มีทักษะการทำงานแบบ Deep Work

7. Deep Work VS Shallow Work

7.1. Deep Work

7.1.1. การทำงานแบบลงลึก

7.1.1.1. ต้องใช้สมองและสมาธิเยอะ

7.1.1.1.1. ไปกับงานที่สำคัญและมีคุณค่า

7.2. Shallow Work

7.2.1. การทำงานแบบตื้นๆ

7.2.1.1. ไม่ได้ใช้ความคิดและสมาธิมากมาย

7.2.1.1.1. มักเป็นงานปลีกย่อยทั่วไป

8. อย่าลืมช่วงเวลาสำหรับพักผ่อน

8.1. หลายคนไม่เคยวางแผนช่วงเวลาสำหรับพักผ่อน เลยมักจะใช้กับการเล่นมือถือ ดูโทรทัศน์เสียมากกว่า

8.2. แต่จริงๆ แล้วเราควรมีเวลาสำหรับพักจริงๆ โดยไม่มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์มาเกี่ยวข้อง

8.2.1. ใช้เวลากับงานอดิเรก

8.2.1.1. อ่านหนังสือ

8.2.1.2. เล่นดนตรี

8.2.2. ใช้เวลากับผู้คน

8.2.3. ใช้เวลากับธรรมชาติ