รวมความรู้จาก The One Thing

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
รวมความรู้จาก The One Thing by Mind Map: รวมความรู้จาก The One Thing

1. ผู้เขียน

1.1. Gary Keller

1.2. Jay Papasan

2. ความโด่งดังของหนังสือเล่มนี้

2.1. ยอดขายอันดับ 1 จาก Wall Street Journal, New York Times และ USA Today

2.2. การันตีด้วยการชนะ 12 Book Award

2.3. ถูกแปลไปแล้วมากกว่า 35 ภาษาทั่วโลก

3. Key Message

3.1. แนวคิด The One Thing คือแนวคิดที่จะช่วยให้คุณสร้างความสำเร็จครั้งสำคัญ

3.2. วิธีการก็คือ โฟกัสขั้นตอนการทำงานให้แคบที่สุดจนเหลือแค่ The One Thing

3.3. จากนั้นก็ค่อยๆ ทำ The One Thing ให้สำเร็จไปทีละขั้นตอน

4. แนวคิด The One Thing คืออะไร?

4.1. กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จครั้งใหญ่ก็คือ การโฟกัสทำแค่ "สิ่งเดียว" (The One Thing)

4.2. ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จ คุณต้องรู้จักเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องไปทีละขั้น ไม่ใช่ทำมันทุกอย่างพร้อมๆ กัน

4.2.1. เริ่มด้วยการ "คิดใหญ่" แล้ว "ทำให้เล็ก"

4.2.1.1. หลังจากคุณรู้เป้าหมายและจินตนาการถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ตรงหน้าแล้ว

4.2.1.2. ลำดับต่อมาคือ "โฟกัสทุกอย่างลงมาให้แคบที่สุด"

4.2.1.2.1. โฟกัสจนเหลือแค่ "สิ่งเดียว" ที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องทำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ แล้วทำมันให้สำเร็จ

4.2.1.2.2. จากนั้นค่อยหา "สิ่งเดียว" ตัวต่อไป แล้วทำมันให้สำเร็จไปเรื่อยๆ

4.2.2. หนทางไปสู่ความสำเร็จมีขั้นตอนของมันอยู่แล้ว

4.2.2.1. Q # ถ้าคุณมีงาน 3 ชิ้น A B C อยู่ตรงหน้า คุณจะเลือกทางไหนถึงประสบความสำเร็จระหว่าง

4.2.2.1.1. ทำ A ให้สำเร็จ

4.2.2.1.2. ทำ A B C ไปพร้อมกัน

4.2.2.2. Peter Drucker กล่าวว่า "เราไม่ให้ราคากับความสำเร็จที่ทำได้ใน 5 ปี แต่กลับให้ราคาความสำเร็จที่ทำได้ใน 1 ปีสูงเหลือเกิน เราไม่เคยอดทนกับอะไร"

4.2.2.2.1. เศรษฐีไม่ได้สร้างความมั่งคั่งในปีเดียว

4.2.2.2.2. นักกีฬาไม่ได้แชมป์ตั้งแต่วันแรกที่ลงแข่ง

4.2.2.2.3. ผลไม้ไม่ได้ออกลูกตั้งแต่เดือนแรกที่ปลูก

5. 6 ความเชื่อเดิมๆ ที่ฉุดรั้งไม่ให้เราก้าวไปข้างหน้า

5.1. ความเชื่อ # 1 ทุกเรื่องสำคัญเท่ากัน

5.1.1. ความเท่าเทียมกันเป็นเรื่องดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยมีอะไรสำคัญเท่ากัน

5.1.2. เรื่องนี้พิสูจน์ได้ด้วย "กฎของพาเรโต" หรือ "กฎ 80/20"

5.1.2.1. กฎนี้บอกว่า ความสำเร็จ 80% เกิดขึ้นจากการลงมือทำ 20%

5.1.2.2. ยอดขายในร้าน 80% เกิดขึ้นจากสินค้าเพียง 20%

5.1.2.3. กำไร 80% เกิดจากลูกค้า 20%

5.1.3. ต่อให้คุณทำ to-do list แต่ถ้าคุณเลือกไม่ถูกว่าสิ่งไหนสำคัญ ก็ไม่มีความหมาย เพราะคุณก็มัวแต่ทำไปเรื่อยๆ อยู่ดี

5.1.3.1. ดังนั้นจงหา "สิ่งเดียว" ที่สำคัญที่สุด ลงมือทำมันให้เสร็จ แล้วหา "สิ่งเดียว" อันต่อไป

5.2. ความเชื่อ # 2 คนที่ทำหลายอย่างได้พร้อมกันคือคนเก่ง

5.2.1. เมื่อใดก็ตามที่เราทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน เราจะทำมันไม่ได้ดีสักอย่าง

5.2.1.1. เหตุผลคือ เราโฟกัสไม่ถูกว่าจะทำอะไรดี

5.2.2. ข้อเสียใหญ่ของการทำงานหลายอย่างพร้อมกันคือ

5.2.2.1. เสียเวลาทำนาน

5.2.2.2. คุณภาพงานลดลง

5.2.3. งานวิจัยพบว่า คนทำงานจะเสียเวลาทำงาน 28% ต่อวันไปกับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน แถมมันยังไม่มีประสิทธิภาพด้วย

5.3. ความเชื่อ # 3 ชีวิตต้องมีระเบียบวินัย

5.3.1. ระเบียบวินัยที่เข้มงวดอาจช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เราต้องมีคือ "นิสัย" ต่างหาก

5.3.1.1. คุณควรใช้ "ระเบียบวินัย" เพื่อฝึกให้ตัวเองมี "นิสัย" ที่ดี

5.3.1.2. "นิสัยที่ดี" จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้

5.3.2. งานวิจัยพบว่า คนเราใช้เวลาเฉลี่ยในการสร้างนิสัยใหม่ 66 วัน

5.4. ความเชื่อ # พลังใจของเราไร้ขีดจำกัด

5.4.1. พลังใจก็เหมือนแบตเตอรี่ทั่วไป ยิ่งใช้นานๆ มันก็หมด กว่าจะฟื้นคืนกลับมาก็ต้องใช้เวลา

5.4.1.1. ดังนั้นเราต้องรู้จักใช้มันให้ "ฉลาด" ที่สุด

5.4.1.1.1. หลักการคือ "ใช้พลังกับงานที่สำคัญที่สุด"

5.4.1.2. นอกจากนี้ต้องรู้จัก "เติม" มันใหม่อีกครั้งด้วย

5.4.1.2.1. พักผ่อนให้เพียงพอ

5.4.1.2.2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

5.5. ความเชื่อ # 5 ชีวิตต้องมีสมดุล

5.5.1. ความสมดุลเป็นอีกแนวคิดที่ทุกคนอยากมี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันไม่มีทางสมดุล

5.5.1.1. Ex # วันนี้คุณให้ความสำคัญกับ "งาน" งานต้องเสร็จ

5.5.1.1.1. นั่นแปลว่า ความสำคัญของ "เรื่องส่วนตัว" กำลังลดน้อยลง

5.5.2. สิ่งที่คุณควรทำคือ "ถ่วงดุล"

5.5.2.1. เมื่อต้อง "ทำงาน" ก็ทำให้เต็มที่

5.5.2.2. เมื่อถึงเวลา "พัก" ก็พักให้เต็มที่

5.6. ความเชื่อ # 6 ยิ่งใหญ่ยิ่งแย่

5.6.1. หลายคนกลัวการ "คิดใหญ่"

5.6.1.1. ส่วนหลายคนไม่กล้า "คิดใหญ่"

5.6.1.1.1. ทั้งหมดก็เพราะกลัว "ความล้มเหลว"

5.6.1.1.2. ถ้าเราไม่คิดใหญ่ แล้วเราจะประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ได้อย่างไร?

6. 3 สิ่งสำคัญที่เชื่อมโยงกับ The One Thing

6.1. Purpose

6.1.1. เมื่อเรามีเป้าหมาย เราจะเหมือนมี "เข็มทิศ" คอยนำทางชีวิต

6.2. Priority

6.2.1. พอมีเป้าหมายแล้ว ก็ใช้มันจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานต่างๆ ที่ต้องทำ

6.2.2. เป้าหมายที่ไม่ถูกจัดลำดับความสำคัญไม่มีทางสำเร็จได้

6.2.3. งานวิจัยพบว่า ถ้าคุณเขียนเป้าหมายนั้นออกมา คุณจะมีโอกาสทำเป้าหมายนั้นสำเร็จเพิ่มมากขึ้น

6.2.3.1. พอคุณเขียนเป้าหมายออกมา คุณจะมองเห็น "ขั้นตอน" ที่จะทำมันให้เป็นจริง

6.3. Productivity

6.3.1. จากนั้นก็ลงมือทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

6.3.2. กุญแจสำคัญของการทำงานแบบมี Productivity ก็คือ Time Block

6.3.2.1. Time Block คือการล็อคเวลาในตารางทำงานของคุณเพื่อทำงาน "สิ่งเดียว" ที่สำคัญนั้น

6.3.2.2. เทคนิคการใช้ Time Block

6.3.2.2.1. Block ช่วงเวลาทำงานไว้ 4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

6.3.2.2.2. ห้ามมีสิ่งใดมารบกวนเด็ดขาด

6.3.2.2.3. Block ช่วงวันหยุดประจำปีสำหรับพักผ่อนด้วย

6.3.2.2.4. Block ช่วงเวลา 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อวางแผนตารางงานของคุณ

6.3.2.2.5. แกรี่แนะนำว่าคุณควรทำให้สม่ำเสมอ ถ้าคุณกำหนดช่วงเวลา 6-10 โมงเพื่อทำงาน "สิ่งเดียว" ก็ให้ใช้ช่วงเวลานี้ซ้ำไปเรื่อยๆ

6.3.3. 4 มารร้ายช่วงชิง Productivity

6.3.3.1. พูดปฏิเสธใครไม่เป็น

6.3.3.1.1. ข้อนี้สำคัญมาก!

6.3.3.2. กลัวความวุ่นวาย

6.3.3.2.1. เมื่อคุณโฟกัสทำ "สิ่งเดียว" ให้สำเร็จ สิ่งอื่นๆ ก็ต้องทำเสร็จช้าลงเป็นธรรมดา คุณต้องอดทนกับความวุ้นวายนี้ให้ได้

6.3.3.3. มีนิสัยไม่ดีเกี่ยวกับสุขภาพ

6.3.3.3.1. อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ถ้าคุณมีนิสัยเหล่านี้ที่ไม่ดี สุขภาพคุณไม่มีทางดีได้เลย

6.3.3.4. สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี

6.3.3.4.1. สถานที่ทำงาน คนรอบตัว และสื่อดิจิตอลต่างๆ ถ้าคุณมีสภาพแวดล้อมเหล่านี้ไม่ดี คุณจะทำงานได้ดีได้อย่างไร?

6.3.4. เพิ่ม "ตัวช่วย" เพื่อเพิ่ม Productivity

6.3.4.1. ตัวช่วยแกรี่แนะนำคือ

6.3.4.1.1. หา Partner

6.3.4.1.2. หา Coach

7. The Domino Effect ทฤษฎีความสำเร็จแบบโดมิโน่

7.1. แกรี่บอกไปแล้วว่า "ทุกความสำเร็จมีขั้นตอนของมันอยู่"

7.1.1. นักฟิสิกส์พบว่า โดมิโน่ 1 ตัว สามารถล้มโดมิโน่ตัวที่ใหญ่กว่า 50% ได้

7.1.2. นั่นแปลว่า ถ้าคุณเรียง "โดมิโน่" แต่ละตัวให้ดี แล้วเริ่มจากล้มตัวแรกลง "โดมิโน่ตัวสุดท้าย" ก็สามารถล้มลงได้เช่นกัน

7.1.2.1. "โดมิโน่" แต่ละตัวก็เปรียบเหมือน The One Thing หรือ สิ่งเดียว

7.1.2.2. เมื่อโดมิโน่ตัวสุดท้ายล้มลง นั่นก็แปลว่าเป้าหมายของคุณสำเร็จแล้ว

7.1.3. กว่าคุณจะเรียงโดมิโน่แต่ละตัวแล้วเริ่มล้มมันลงจนตัวสุดท้าย สิ่งที่คุณต้องใช้ก็คือ "เวลา"