หลักการและเทคนิคการวัดสัญญาณชีพ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
หลักการและเทคนิคการวัดสัญญาณชีพ by Mind Map: หลักการและเทคนิคการวัดสัญญาณชีพ

1. ขั้นตอนการวัดสัญญาณชีพ

2. การเช็ดตัวลดไข้

3. ข้อบ่งชี้ในการวัดสัญญาณชีพ

4. -เมื่อรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล -วัดตามระเบียบแบบแผนของโรงพยาบาลหรือแผนการรักษาของแพทย์ -ก่อนและหลังผ่าตัด -ก่อนและหลังการตรวจวินิจฉัยโรค -ก่อนและหลังให้ยาบางชนิด -เมื่อสภาพทั่วไปของผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลง -ก่อนและหลังให้การพยาบาลที่มีผลต่อสัญญาณชีพ

5. 1.ขั้นเตรียม -ประเมินสภาพผู้ป่วย -อธิบายวัตถุประสงค์ -ล้างมือก่อนเตรียมอุปกรณ์ -เตรียมของที่ใช้ -จัดสถานที่และสิ่งแวดล้อม 2.ขั้นปฏิบัติ -วัดทางปาก ให้ผู้ป่วยอ้าปาก วางปรอทไว้ใต้ลิ้น ปิดปากให้สนิท วัด 3-5 นาที -วัดทางรักแร้ วางปรอทกลางรักแร้ ให้ผู้ป่วยหุบรักแร้ วัด 6-8 นาที -วัดทางทวารหนัก หลอลื่นด้วยวาสลีน ค่อยๆสอดปรอทเข้าทวารหนักลึก 1 นิ้ว วัด 2 นาที วัดชีพจรและการหายใจ 1 นาที นำปรอทออกมาจากตำแน่งดังกล่าว เช็ดด้วยสำลีและอ่านผล วัดความดันโลหิตและอ่านค่า แจ้งผลให้ผู้ป่วยทราบเมื่อมีความผิดปกติ และนำอปกรณ์ไปทำความสะอาด 3.ขั้นบันทึกผล บันทึกสัญญาณชีพที่วัดได้ในใบบันทึกสัญญาณชีพและฟอร์มปรอท

6. สัญญาณชีพ

7. การมีไข้แบ่งเป็น 3 ระดับ 1.ไข้ระดับต่ำ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 37.5-38.4 องศาเซลเซียส 2.ไข้ระดับปานกลาง อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 38.5-39.4 องศาเซลเซียส 3.ไข้ระดับสูง อุณหภูมิ 39.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป

8. อุณหภูมิ ร่างกายปกติมีอุณหภูมิกายประมาณ 36.5-37.4 องศาเซลเซียส ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิ ได้แก่ อายุ ฮอร์โมน ความเครียด สภาพแวดล้อม การออกกำลังกายหนัก เชื้อโรคภาวะโภชนาการ การดื่มน้ำร้อนหรือเย็น ช่วงเวลาระหว่างวัน

9. อุณหภูมิ

10. ชีพจร

11. เป็นการหดขยายตัวของผนังหลอดเลือด แรงสะเทือนของกระแสเลือดซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ ปัจจัยที่มีผลต่อชีพจร ได้แก่ อายุ เพศ การออกกำลังกาย มีไข้ ยาบางชนิด การสูญเสียเลือด อารมณ์ ท่าทาง

12. อัตราการเต้นของชีพจรปกติ ทารกแรกเกิด-1เดือน: 120-160 1-12เดือน: 80-140 1-2ปี: 80-130 2-6ปี: 75-120 6-12ปี: 75-110 วัยรุ่น-วัยผู้ใหญ่: 60-100 Tachycardia: ภาวะหัวใจเต้นเร็ว Bradycardia: ภาวะหัวใจเต้นช้า

13. การหายใจ

14. 1.Systolic pressure คือ ความดันในหลอดเลือดสูงสุดขณะหัวใจบีบตัว 2.Diastolic pressure คือ ความดันในหลอดเลือดสูงสุดขณะหัวใจคลายตัว สิ่งที่ควบคุมความดันโลหิตคือ การทำงานของหัวใจ ปริมาณเลือดในร่างกาย ความหนืดของเลือด ขนาดของเส้นเสือด และความยืดหยุ่นของเส้นเลือด ค่าความดันปกติ 120/80 มิลลิเมตรปรอท

15. ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต ได้แก่ อายุ อิริยบถขณะวัดความดันโลหิตและการออกกำลังกาย ความเครียด ลักษณะของร่างกาย เช่น รูปร่าง เพศ และ ยา

16. ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการหายใจ ได้แก่ อารมณ์ สภาพแวดล้อม การเจ็บป่วย อัตราการหายใจตามช่วงวัย แรกเกิด: 30-50 ครั้ง/นาที 2เดือน-2ปี: 30-40 ครั้ง/นาที วัยเด็ก: 20-25 ครั้ง/นาที วัยรุ่น: 18-20 ครั้ง/นาที ผู้ใหญ่: 16-24 ครั้ง/นาที

17. วัตถุประสงค์การวัดสัญญาณชีพ

18. การช่วยเหลือเบื้องต้นในผู้ที่มีความผิดปกติของสัญญาณชีพ

19. ความหมายสัญญาณชีพ

20. การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ Hyperthermia/Fever

21. การพยาบาลผู้ที่มีชีพจรผิดปกติ

22. การพยาบาลผู้ที่มีการหายใจผิดปกติ

23. การพยาบาลผู้ที่มีความดันโลหิตสูง Hypertension

24. การพยาบาลผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ Hypotension

25. ให้ผู้ป่วยพักผ่อน จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการพักผ่อน จัดสภาพแวดล้อมให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก เช็ดตัวลดไข้เพื่อระบายความร้อน ให้ยาลดไข้ตามแผนการรักษาของแพทย์ วัดอุณหภูมิร่างกายหลังจากเช็ดตัวหรือให้ยาลดไข้ ให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษษของแพทย์ ให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนในกรณีที่เสี่ยงต่อภาวะพร่องออกซิเจน ให้ผู้ป่วยได้รับความอบอุ่นในระยะที่มีอาการหนาวสั่น ให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง อาหารย่อยง่าย แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ บันทึกปริมาณน้ำเข้า-ออก ดูแลไม่ให้ผู็ป่วยริมฝีปากแห้ง ดูแลเยื่อบุปากให้ชุ่มชื้น เตรียมเสื้อผ้าแห้งให้ผู้ป่วย และติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย

26. การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ Hypothermia

27. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอากศเย็น เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เย็นออก ให้ความความอบอุ่นผ้าห่มหนาๆ ใช้กระเป๋าไฟฟ้าหรือกระเป๋าน้ำร้อนประคบ ดูแลสภาพแวดล้อมให้อบอุ่น ให้สารน้ำและอาหารอุ่น

28. ให้ผู้ป่วยนอนพักและงดกิจกรรม ประเมินผู้ป่วยเพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุ รายงานแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษา หากพบว่าผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นต้องให้การช่วยฟื้นคืนชพ (CPR)

29. ประเมินผู้ป่วยเพื่อค้นหาสาเหตุ ดูแลให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอ เมื่อพบผู้ป่วยหยุดหายใจต้องรีบให้การช่วยเหลือ (CPR)

30. เมื่อวัดความดันโลหิตแล้วพบว่าระดับความดันโลหิตสูงให้วัดซ้ำ 2-3 ครั้งห่างการ 2 นาที แล้วหาค่าเฉลี่ย ประเมินอาการและอาการแสดงออกของความดันโลหิตสูง ให้ผู้ป่วยนอนพักประมาณ 30 นาที แล้ววัดซ้ำอีกครั้ง รายงานแพทย์ ให้คำแนะนำผู็ป่วย เช่น การงดบุหรี่ แอลกอฮอล์ อาหารที่มีรสเค็มจัดและไขมันสูง การออกกำลังกาย

31. เมื่อพบความดันโลหิตต่ำให้ทำการวัดซ้ำ 2-3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย ประเมินอาการและอาการแสดง ให้คำแนะนำในการปฏิบัติ เช่น การพักผ่อน การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

32. ความดันโลหิต

33. สํญญาณชีพบ่งบอกถึงความมีชีวิตของบุคคล ประกอบด้วย อุณหภูมิ ชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ของอวัยวะภายในร่างกาย เมื่อสัญญาณชีพผิดปกติจึงบอกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย การตรวจสอบสัญญาณชีพของบุคคลจึงทำเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

34. -เพื่อประเมินระดับอณหภูมิ ชีพจร หายใจ และความดันโลหิต -เพื่อสังเกตอาการทั่วไปเป็นการประเมินสภาพผู้ป่วยเบื้องต้น -เพื่อตรวจการเปลี่ยนแปลงการตอบสนองต่อการรักษา