COMPUTERGmaphic

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
COMPUTERGmaphic by Mind Map: COMPUTERGmaphic

1. ความหมาย

1.1. กราฟิก

1.1.1. การวาดภาพลายเส้น

1.1.2. การวาดภาพเหมือนจริง

1.1.3. การถ่ายภาพ

1.2. คอมพิวเตอร์กราฟิก

1.2.1. การสื่อความคิดโดยการใช้คอมพิวเตอร์สร้าง

1.2.2. สัญลักษณ์

1.2.3. ข้อมความ

1.3. งานกราฟิก

1.3.1. งานการวางแผนทางศิลปะ

1.3.2. ออกแบบ

1.3.3. ใช้สีเป็นองค์ประกอบเพื่อเน้นและดึงดูดความสนใจ

1.4. กราฟิก

1.4.1. ศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ กราฟิก แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ

2. ภาพใน CG

2.1. ภาพบนคอมพิวเตอร์เกิดได้อย่างไร ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้น เกิดจากจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของสี ที่เราเรียกว่า พิกเซล มาประกอบกันเป็นภาพขนาดต่างๆ นั่นเอง

2.1.1. ความละเอียดของอิมเมจเซตเตอร์

2.1.1.1. อิมเมจเซตเตอร์ (Imagesetter) คือ เครื่องพิมพ์ที่มีความละเอียดสูง ตั้งแต่ 1,200-4,800 dpi ซึ่งผลิตจุดเลเซอร์ได้เล็กมาก โดยสามารถวัดขนาดได้ด้วยหน่วยวัดเป็นไมครอน (1 ส่วน ล้านเมตร หรือ 1 ส่วน 1000 มิลลิเมตร)

2.1.2. ความละเอียดของเครื่องพิมพ์

2.1.2.1. เป็นหน่วยที่ใช้วัดจำนวนพิกเซลต่อนิ้ว เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ซึ่งมีขนาดของพิกเซลที่เที่ยงตรง มีความละเอียดในการพิมพ์ที่ 600 dpi ก็แสดง ว่ามีความสามารถพิมพ์ได้ 600 จุดทุก ๆ 1 นิ้ว

2.1.3. ความละเอียดของจอภาพ

2.1.3.1. เป็นหน่วยที่ใช้วัดจำนวนพิกเซลสูงสุดที่จอคอมพิวเตอร์สามารถผลิตออกมาได้ ซึ่งความละเอียดของจอภาพนั้น เกิดขึ้นโดยวีดีโอการ์ดหรือการ์ดจอ และควบคุมการทำงานด้วยซอฟท์แวร์บน Windows ดังนั้นสามารถตั้งค่าการแสดงความละเอียดของจอภาพบน Windows ได้

2.1.4. พิกเซล (Pixel)

2.1.4.1. องค์ประกอบที่รวมกันเกิดเป็น ภาพ ซึ่งสรุปก็หมายถึงจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ของพิกเซลที่อยู่ภายในภาพ โดยใช้หน่วยวัดเป็นพิกเซลต่อนิ้ว (ppi : Pixel per Inch) เช่น 300 ppi หรือ 600 ppi

3. โมเดลสี

3.1. แบ่งได้ 4แบบคือ

3.1.1. 1. โมเดลแบบ HSB ตามหลักสายตาของสายตามนุษย์

3.1.1.1. โมเดล HSB จะมีลักษณะของสี 3 ลักษณะคือ

3.1.1.1.1. 1. สีรุ้งเป็นสีของสิ่งที่สะท้อนเข้ามายังตาของเรา

3.1.1.1.2. 2. ความอิ่มตัวของสีเป็นสีเทาที่มีอยู่ในสี จะเพิ่มขึ้นจากจุดกึ่งกลางจนถึงเส้นขอบ โดยค่าที่เส้นขอบจะมีสีที่ชัดเจนและอิ่มตัวที่สุด

3.1.1.1.3. 3. Brightness เป็นสีของความสว่างและความมืดของสี

3.1.2. 2. โมเดลแบบ RGB ตามหลักการของเครื่องคอมพิวเตอร

3.1.2.1. โมเดล RGB เกิดจากการรวมแสงของสีแดง เขียว และน้าเงิน ในชุดความเข้มข้นที่แตกต่างกันมักใช้กับจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์

3.1.3. 3. โมเดลแบบ CMYK ตามแนวการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์

3.1.3.1. โมเดล CMYK มีแหล่งการเนิดสีอยู่ที่การซึมซับ ของหมึกพิมท์กระดาษ โดยมีสีพื้นฐานคือสี ฟ้า สีบานเย็น สีเหลืองแต่สี CMYK ก็ไม่สามารถผสมรวมกันให้ได้สีบางสี เช่น สีน ้าตาล จึงต้องมีการเพิ่มสีดำ ลงไป

3.1.4. 4. โมเดล Lab ตามมาตรฐานของ CIE

3.1.4.1. โมเดลสี Lab เป็นค่าที่เพิ่มขึ้นโดย CIE ให้เป็น มาตรฐานกลางของการวัดสีทุกรูปแบบใช้ได้กับสีที่เกิดจากอุปกรณ์ทุก อย่างไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกนและอื่นๆ

3.1.4.1.1. มีส่วนประกอบคือ

4. การประมวลผลภาพกราฟฟิก

4.1. ภาพที่เก็บในคอมพิวเตอร์นั้น มีวิธีการประมวลผลภาพ 2 แบบ คือ การประมวลผลแบบ Raster และ การประมวลผลแบบ Vector

4.1.1. การประมวลผลแบบ Vector

4.1.1.1. มีข้อเสียที่ไม่สามารถใช้เอฟเฟคต์ในการปรับแต่งภาพได้เหมือนกับภาพแบบ Raster

4.1.1.2. เป็นการประมวลผลแบบอาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เมื่อเคลื่อนย้าย ภาพก็จะไม่เสียรูปทรงในเชิงเรขาคณิต และความละเอียดของ ภาพจะไม่ลดลงด้วย จึงทำให้ภาพยังคงคมชัดเหมือนเดิม แม้ขนาดของภาพจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงก็ตาม

4.1.2. การประมวลผลแบบ Raster

4.1.2.1. ข้อเสีย คือ ภาพที่ได้จะ มีไฟล์ขนาดใหญ่ จะส่งผลให้พิกเซลของภาพมีขนาดใหญ่ตามด้วย การประมวลผลแบบ Raster ได้แก่ ไฟล์ภาพ .TIF, .GIF, .JPG, .BMP และ .PCX เป็นต้น

4.1.2.2. เป็นการประมวลแบบอาศัยการอ่านค่าสีในแต่ละพิกเซล มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Bitmap จะเก็บข้อมูล เป็นค่า 0 และ 1 เหมาะกับภาพที่มีลักษณะแบบ ภาพถ่าย ซึ่งสามารถใช้เทคนิคในการปรับแต่งสี และการใช้เอฟเฟคต์พิเศษให้กับภาพ