ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Rocket clouds
ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม by Mind Map: ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม

1. ความหมายของคอมพิวเตอร์

1.1. ความหมายทั่วไป

1.1.1. คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ

1.2. ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

1.2.1. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์"

2. ประเภทของคอมพิวเตอร์

2.1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์

2.1.1. ประเภทของงาน

2.1.1.1. ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer)วิเคราะห์ข้อมูลแบบซับซ้อนหรืองานคำนวณชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์ เช่น การถอดรหัสพันธุกรรม งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ งานพยากรณ์อากาศ เป็นต้น

2.1.2. คุณลักษณะ

2.1.2.1. เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่มีหน่วยความจำและความเร็วในการประมวลผลข้อมูลสูงสุด

2.2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์

2.2.1. คุณลักษณะ

2.2.1.1. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer)เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีสมรรถะสูง แต่ยังต่ำกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีความเร็วสูงมาก มีหน่วยความจำขนาดมหึมา เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการผู้ใช้จำนวนหลายร้อยคน ที่ใช้โปรแกรมที่แตกต่างกันนับร้อยพร้อมๆ

2.2.2. ประเภทของงาน

2.2.2.1. เหมาะกับการใช้งานทั้งในด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และธุรกิจ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมากๆ

2.3. มินิคอมพิวเตอร์

2.3.1. คุณลักษณะ

2.3.1.1. มินิคอมพิวเตอร์ คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามารถบริการผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อม ๆ กัน แต่จะไม่มีสมรรถภาพเพียงพอที่จะบริการผู้ใช้ในจำนวนที่เทียบเท่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ได้ จึงทำให้มินิคอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลาง หรือสำหรับแผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น

2.3.2. ประเภทของงาน

2.3.2.1. เหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง เช่น โรงพยาบาล โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

2.4. เวิร์กสเตชั่น

2.4.1. คุณลักษณะ

2.5. ไมโครคอมพิวเตอร์

2.5.1. คุณลักษณะ

2.5.1.1. ไมโครคอมพิวเตอร์(Microcomputer) -ได้รับความนิยมมากที่สุด -มีประสิทธิภาพสูง ราคาไม่แพง -เหมาะใช้ส่วนตัวที่บ้าน โรงเรียน

2.5.1.2. คอมพิวเตอร์แบบเวิร์กสเตชั่น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สถานีงานวิศวกรรม (Engineering Workstation) ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงต้นปี ค.ศ. 1980 เป็นต้นมาเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบภายนอกคล้ายกับเครื่องพีซีทั่วไป แต่มีราคาแพงกว่าและมีขีดความสามารถสูงกว่ามาก

2.5.2. ประเภทของไมโครคอมพิวเตอร์

2.5.2.1. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือเดสก์ท๊อปพีซี

2.5.2.1.1. คือ

2.5.2.2. คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กหรือแล็ปท๊อป

2.5.2.2.1. คือ

2.5.2.3. แท็บแล็ตคอมพิวเตอร์

2.5.2.3.1. คือ

3. องค์ประกอบของระบบโทรคมนาคม

3.1. ระบบโทรคมนาคม

3.1.1. คือ

3.1.1.1. (Telecommunications Systems) ระบบที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จำนวนหนึ่งที่สามารถทำงานร่วมกันและถูกจัดไว้สำหรับการสื่อสารข้อมูลจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถถ่ายทอดข้อความ ภาพกราฟฟิก เสียงสนทนา และวิดีทัศน์ได้

3.2. โครงสร้าง/ส่วนประกอบ

3.2.1. เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือเปลี่ยนปริมาณใดให้เป็นไฟฟ้า

3.2.1.1. โทรศัพท์ หรือ ไมโครโฟน เช่น

3.2.2. เครื่องเทอร์มินัลสำหรับการรับข้อมูลหรือแสดงผลข้อมูล

3.2.2.1. เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ เช่น

3.2.3. อุปกรณ์ประมวลผลการสื่อสาร

3.2.3.1. ทำหน้าที่แปรรูปสัญญาณไฟฟ้าให้เหมาะสมกับช่องสัญญาณ

3.2.3.2. โมเด็ม (Modem) มัลติเพล็กเซอร์ (Multiplexer) แอมพลิไฟเออร์ (Amplifier) ดำเนินการได้ทั้งรับข้อมูลและส่งข้อมูล เช่น

3.2.4. ช่องทางสื่อสาร

3.2.4.1. หมายถึง ช่องทางการสื่อสาร (Communication Channel) หมายถึงสื่อ (Medium) ที่เป็นตัวกลางและอนุญาตให้ข้อมูล/สารสนเทศผ่านจากจุดส่งถึงผู้รับในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง ปริมาณของข้อมูลที่ช่องทางการสื่อสารสามารถนำไปได้นั้น เรียกว่า ความจุของช่องทางการสื่อสาร หรือ แบนด์วิดธ์ (Bandwidth) ซึ่งนับเป็นจำนวนบิต (Bits) ต่อ 1 วินาที (bits per second : bps) สื่อที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางการสื่อสาร

3.2.4.2. เช่น สายโทรศัพท์ (Telephone Line) สายโคแอกเซียล (Coaxial Cable) สายใยแก้ว (Fiber Optic Cable) สัญญาณไมโครเวฟ (Microwave Signals หรือ Radio Signals)

3.2.5. ซอฟต์แวร์การสื่อสาร

3.2.5.1. เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก ซึ้งให้ได้ทั้งความสะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา ศึกษา ขายสินค้า เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย เช่นอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้บริการอื่น ๆเพิ่มเติมได้

4. หน้าที่ระบบโทรคมนาคม

4.1. ทำหน้าที่ในการส่งและรับข้อมูลระหว่างจุดสองจุด ได้แก่ ผู้ส่งข่าวสาร (Sender) และ ผู้รับข่าวสาร (Receiver) จะดำเนินการจัดการลำเลียงข้อมูลผ่านเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด จัดการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่จะส่งและรับเข้ามา สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อมูลให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าใจได้ตรงกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวจัดการ ในระบบโทรคมนาคมส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลข่าวสารต่างชนิด ต่างยี่ห้อกัน แต่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้เพราะใช้ชุดคำสั่งมาตรฐานชุดเดียวกัน อย่างเดียวกัน จึงจะสามารถสื่อสารถึงกันและกันได้

5. ประเภทของสัญญาณในระบบโทรคมนาคม

5.1. สัญญาณข้อมูล

5.1.1. คือ

5.1.1.1. ข้อมูลอาจจะเป็นข้อความ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว ซึ่งไม่สามารถส่งไปในระยะทางไกลด้วยความเร็วสูง ดังนั้นข้อมูลจะต้องถูกแปลงเป็นสัญญาไฟฟ้าที่เรียกว่า สัญญาณข้อมูล (data signal) ทำให้สามารถส่งผ่านสื่อไปได้ในระยะทางไกลด้วยความเร็วสูง ข้อมูลจะถูกแปลงเป็นสัญญาณข้อมูลได้ 2 ประเภท ดังนี้

5.1.2. ประเภทของสัญญาณข้อมูล

5.1.2.1. สัญญาณแอนะล็อก

5.1.2.1.1. หมายถึง

5.1.2.2. สัญญาณดิจิทัล

5.1.2.2.1. หมายถึง